เมื่อวันที่ 16 พ.ย. นางถวิล เสมารัมย์ อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 88 หมู่ที่ 3 บ้านดอนยอง ต.หนองใหญ่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาเปิดเผยหลังเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ว่ามีหญิงสาวอายุประมาณ 35-40 ปี แอบขโมยเอาเงินในบัญชีธนาคารของตนผ่านการกดเงินจากตู้ ATM ไป 1,000 บาท ว่า ก่อนหน้านี้ลูกสาวซึ่งทำงานอยู่ร้านก๋วยเตี๋ยวใน จ.ปทุมธานี ได้โทรศัพท์มาบอกว่าได้โอนเงินมาให้ตนเองเพื่อจ่ายค่าไฟและใช้จ่ายภายในครอบครัว 6,000 บาท ตอนเช้าจึงขี่รถจักรยานยนต์ไปตัวอำเภอสตึก ระยะทางกว่า 20 กม. เพื่อไปกดเงิน

พอไปถึงหน้าตู้ ATM ของธนาคารบริเวณตลาดไนท์ที่ อ.สตึก ยอมรับว่า ตอนนั้นตนสายตาไม่ค่อยดีมีแสงเข้าตามองไม่ค่อยเห็น เมื่อไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งอายุประมาณ 35-40 ปี กำลังช่วยกดเงินให้คนชราที่หน้าตู้ ATM ตนจึงขอให้หญิงสาวคนนั้นกดให้ด้วย ตนบอกว่าเงินในบัญชีของตนมี 100 บาท ลูกสาวโอนมาให้ 6,000 บาท ให้กดมา 6,000 บาท จากนั้นหญิงสาวคนดังกล่าว ได้กดเล่นไปมาใช้เวลานานแต่ไม่เสร็จ ผ่านไปประมาณ 5 นาที หญิงคนนั้นบอกว่าเงินเข้ามาเพียง 5,000 บาท

ตนเองได้ยืนยันว่าลูกสาวโอนมาให้ 6,000 บาท เพราะมีสลิปของลูกสาวส่งมาให้ดู สุดท้ายตนก็ต้องยอมเพราะเขาให้ไปดูยอดเงินแจ้งในตู้ ATM ว่าเหลือเพียง 100 บาทในบัญชี เมื่อโทรศัพท์หาลูกสาวที่ปทุมธานี ลูกได้ยืนยันมาว่าได้โอนมาให้แม่ 6,000 บาท จึงเอาสมุดบัญชีไปปรับที่ธนาคาร พบว่ามีการถอน 1,000 บาทก่อน แล้วค่อยถอน 5,000 บาท แสดงว่าหญิงสาวคนดังกล่าวได้โกงไป 1,000 บาท จึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.สตึก อ.สตึก เพื่อให้ตามสาวคนนั้นมาดำเนินคดี

นางถวิล บอกด้วยว่า จริงๆ แล้วถ้าไม่มีเงินมาขอตน 100-200 บาทตนก็ให้ แต่นี่มาทำแบบนี้ อยากจะฝากไปถึงสาวคนที่ก่อเหตุว่าตอนนี้ตำรวจมีหลักฐานครบหมดแล้ว ถ้าเอาเงินมาคืนจะถอนแจ้งความ แต่ถ้าไม่เอามาคืนจะดำเนินคดีถึงที่สุด เพราะอาจเข้าข่ายลักทรัพย์

ทั้งนี้จากการสืบสวนของตำรวจพบว่าพฤติการณ์ของหญิงสาวคนดังกล่าวมีความผิดปกติ มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าหญิงสาวคนนั้นอาจจะไปปักหลักรอที่ตู้ ATM ธนาคารที่มีคนสูงอายุใช้บริการเป็นจำนวนมาก เช่น ธ.ก.ส. หรือ ธนาคารออมสิน เพื่อแกล้งช่วยเหลือคนสูงอายุกดเงินแล้วโกงเงินไป ซึ่งคนชราหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเงินในบัญชีหายไป.