สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ว่าสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐ นำโดยเดอะ วอชิงตัน โพสต์ รายงานว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับวีซ่าพิจารณา ภาวะอ้วน และภาวะสุขภาพเรื้อรังอื่น เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง และเบาหวาน เป็นเหตุผลในการปฏิเสธการออกวีซ่าเข้าสหรัฐ
ทั้งนี้ นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ แจ้งข้อมูลดังกล่าวไปยังสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลทั่วโลก ผ่านโทรสารทางการทูต เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่า เจ้าหน้าที่ “ต้องพิจารณาสุขภาพของผู้สมัคร” เนื่องจาก “ภาวะทางการแพทย์บางประการ รวมถึงโรคหัวใจ โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ มะเร็ง เบาหวาน โรคเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ โรคทางระบบประสาท และภาวะสุขภาพจิต ซึ่งเป็นอาการป่วยที่อาจต้องใช้ค่ารักษาและฟื้นฟูมหาศาล
The Trump administration directed visa officers to consider obesity — and other chronic health conditions such as heart disease, cancer and diabetes — as reasons to deny foreigners visas to the U.S. https://t.co/PT7b9QXxAk
— The Washington Post (@washingtonpost) November 13, 2025
ขณะเดียวกัน เนื้อหาในโทรสารทางการทูตฉบับดังกล่าว ยังแนะนำให้เจ้าหน้าที่พิจารณา ภาวะอ้วน ประกอบการตัดสินใจอนุมัติวีซ่าด้วย โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ความดันโลหิตสูง และภาวะซึมเศร้า
นอกจากนี้ แนวทางใหม่ยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่พิจารณาวีซ่าประเมินปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น อายุเกินเกษียณ จำนวนบุคคลซึ่งผู้ยื่นขอวีซ่าต้องดูแล เช่น บุตร หรือบิดามารดาซึ่งมีอายุมาก รวมถึงการมีบุตรหลานที่มี “ความต้องการพิเศษ” หรือมีสมาชิกในครอบครัวใกล้ชิดซึ่งมีความพิการ
อนึ่ง คำสั่งดังกล่าวบัญญัติภายใต้เกณฑ์ที่เรียกว่า “พับลิก ชาร์จ” (Public Charge) หมายความว่า บุคคลนั้นมีแนวโน้มจะเข้ามาใช้โครงการสวัสดิการสังคมของรัฐ ในการดำรงชีวิตที่สหรัฐ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



