สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ว่าทางการจีนจัดการกับบัญชีผู้ใช้งานทางออนไลน์จำนวนมากอย่างเข้มงวด เนื่องจากบัญชีผู้ใช้งานเหล่านี้ใช้เอไอมาแอบอ้างเป็นคนดังเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้า ผ่านการไลฟ์สตรีมมิงและคลิปวิดีโอสั้น ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดให้แก่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต


ขณะเดียวกัน สำนักบริหารไซเบอร์สเปซแห่งประเทศจีนกระตุ้นเตือนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ดำเนินการกวาดล้างพฤติกรรมความผิดเหล่านี้ ซึ่งปัจจุบันมีการลบเนื้อหาที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดแล้วมากกว่า 8,700 รายการ และจัดการกับบัญชีผู้ใช้งานที่แอบอ้างเป็นผู้อื่นอีกมากกว่า 11,000 บัญชี


ความพยายามปราบปรามดังกล่าวมีขึ้นหลังเกิดกรณีตัวอย่างอันเป็นที่สนใจของคนหมู่มากหลายกรณี เช่น กรณีของนักแสดงสาว “เวินเจิงหรง” ที่พบการใช้ดีปเฟกจากเอไอแอบอ้างเป็นเธอ เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าในการไลฟ์สตรีมมิงหลายครั้ง ซึ่งเวินเคยเข้าไปโต้แย้งผ่านช่องสนทนาในการไลฟ์สตรีมมิง แต่สุดท้ายกลับถูกบล็อก


กรณีของเวินตอกย้ำปัญหาความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซของจีนหลังจากผู้คนเข้าถึงเครื่องมือเอไอต่าง ๆ ได้มากขึ้น ทำให้พ่อค้าแม่ค้าใจคดฉวยโอกาสใช้ประโยชน์จากการแอบอ้างภาพลักษณ์ของบุคคลสาธารณะมาจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพต่ำหรือสินค้าปลอม


กรณีตัวอย่างอื่น เช่น การใช้เอไอแอบอ้างเป็น “หลี่จื่อเหมิง” พิธีกรรายการโทรทัศน์ เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าน้ำมันปลาทะเลลึกที่แท้จริงกลับเป็นลูกอมธรรมดา หรือการแอบอ้างเป็น “เฉวียนหงฉาน” และ “ซุนอิ่งซา” นักกีฬาแชมป์โอลิมปิกชื่อดัง เพื่อจำหน่ายไข่อีกด้วย


หลิวหงชุน รองศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยยูนนาน กล่าวว่า พฤติกรรมเหล่านี้ถือเป็นการละเมิดกฎหมายแพ่งและละเมิดสิทธิของบุคคลสาธารณะ รวมถึงละเมิดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของผู้บริโภคด้วย


แม้จีนดำเนินมาตรการติดป้ายกำกับเนื้อหาที่สร้างโดยเอไอ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่ยังคงเผชิญกับปัญหาความท้าทายอยู่ดี โดยผู้ฝ่าฝืนมักซ่อนลายน้ำไว้ในมุมอับของวิดีโอหรือใช้วิธีการทางเทคนิคลบป้ายกำกับ หรือแยกเนื้อหาที่สร้างขึ้นมาเป็นส่วนเล็กส่วนน้อยและกระจายผ่านหลายบัญชีผู้ใช้งานจนตรวจจับยาก


นอกจากนั้น แพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ประสบปัญหาการกลั่นกรองเนื้อหา โดยโต่วอิน หรือติ๊กต็อกฉบับจีน ลบวิดีโอที่แอบอ้างเป็นเวินเจิงหรงมากกว่า 10,000 คลิป และลงโทษบัญชีผู้ใช้งาน 37 บัญชี ซึ่งหลี่เลี่ยง รองประธานโต่วอิน ยอมรับว่า การระบุเนื้อหาที่สร้างโดยเอไอเพื่อตรวจจับการละเมิด ยังคงเป็นความท้าทายทางเทคนิคในวงกว้าง


สำหรับเหยื่อที่ถูกแอบอ้าง การรวบรวมหลักฐานและพิสูจน์ว่าเนื้อหานั้นสร้างขึ้นโดยเอไอมีความซับซ้อนทางเทคนิคและใช้เวลานาน โดยกลุ่มสื่อมวลชนรายงานว่ าทีมงานของเวินเจิงหรงเคยรายงานบัญชีผู้ใช้งานที่แอบอ้างเป็นเวินถึง 50 บัญชีภายในวันเดียว แต่กลับพบว่าบางบัญชีผู้ใช้งานปรากฏขึ้นมาในรูปแบบใหม่อย่างรวดเร็ว


คณะผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายและคนวงในอุตสาหกรรมมองว่า การแก้ไขปัญหานี้ต้องใช้แนวทางหลายแง่มุม ได้แก่ บทลงโทษที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เทคโนโลยีตรวจจับที่เก่งขึ้น และความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น


ทั้งนี้ สำนักบริหารไซเบอร์สเปซแห่งประเทศจีนจะยังคงดำเนินการปราบปรามอย่างเข้มงวด กระตุ้นเตือนแพลตฟอร์มต่าง ๆ แสดงความรับผิดชอบ รวมถึงกำจัดและเปิดโปงบัญชีผู้ใช้งานเพื่อการตลาดที่เป็นอันตราย เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมโลกออนไลน์ที่ดี.

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES