สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ว่า ศูนย์บัญชาการภูมิภาคใต้ของสหรัฐ (เซาท์คอม) ออกแถลงการณ์ ว่า เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์.ฟอร์ด ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกองเรือติดตาม ซึ่งรวมถึงเรือพิฆาตติดตั้งระบบขีปนาวุธนำวิถี เดินทางเข้าสู่ “พื้นที่เป้าหมาย” ในทะเลแคริบเบียนแล้ว ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ “เพื่อทำลายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และตอบโต้การก่อการร้ายจากยาเสพติด”


นายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ ประกาศปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ในชื่อ “เซาเทิร์น สเปียร์” หรือ “หอกใต้” (Southern Spear) มีวัตถุประสงค์เพื่อ “กำจัดผู้ก่อการร้ายยาเสพติด” เฮกเซธยืนยันว่า ภารกิจนี้จะปกป้องมาตุภูมิ กำจัดผู้ก่อการร้ายยาเสพติดออกจากภูมิภาค และป้องกันมาตุภูมิจากยาเสพติดที่กำลังคร่าชีวิตพลเมืองสหรัฐ


อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ว่าปฏิบัติการนี้เกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง หรือแตกต่างจากการดำเนินการทางทหารที่มีอยู่แล้วอย่างไร


ตามสถิติของสหรัฐ ระบุว่า นับตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีเรือประมาณ 20 ลำ ซึ่งต้องสงสัยเป็นเรือขนยาเสพติด ในเขตน่านน้ำสากลของภูมิภาคแคริบเบียน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 83 ราย


อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐมีวัตถุประสงค์ “ซ่อนเร้น” เพื่อโคนอำนาจประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับรัฐบาลวอชิงตันมานาน โดยอ้างเรื่องการปราบปรามยาเสพติดเป็นฉากบังหน้า และเป็น “การสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม”


ด้านรัฐบาลเวเนซุเอลาประณาม ว่าการเสริมกำลังนี้มีเป้าหมายเพื่อ “สร้างสงคราม” และเตือนว่า หากรัฐบาลทรัมป์ยังไม่หยุดสร้าง “สงครามที่ไม่สิ้นสุดครั้งใหม่” เวเนซุเอลามีขีปนาวุธแบบเคลื่อนจากพื้นสู่อากาศแบบพกพาของรัสเซีย 5,000 ลูก อยู่ในคลังแสง เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐ.

เครดิตภาพ : AFP