นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคายางพาราที่ปรับตัวลดลงในช่วงนี้เป็นการปรับฐานระยะสั้นจากหลายปัจจัย ได้แก่ การคลี่คลายสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ซัพพลายวัตถุดิบจากปิโตรเลียมกลับเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ยางสังเคราะห์กลับมาแข่งขันกับยางธรรมชาติได้ ขณะเดียวกันความต้องการใช้ยางจากอุตสาหกรรมรถยนต์ของจีนชะลอตัวต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อราคายางในตลาดโลก

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยภายในประเทศ ทั้งการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในสวนยาง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากสภาพอากาศร้อนชื้น รวมถึงการที่ทุกภูมิภาคของประเทศไทยเข้าสู่ฤดูกาลเปิดกรีดยางพร้อมกันในเดือนมิถุนายน ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก กดดันราคาซื้อขาย แต่แนวโน้มระยะยาวของยางพารายังมีอนาคต คงเคลื่อนไหวที่ราคาเกินกิโลกรัม 100 บาท

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ มองว่าการปรับตัวลงครั้งนี้เป็นเพียงการปรับฐานในระยะสั้น ยังเชื่อมั่นว่าความต้องการใช้ยางธรรมชาติในระยะยาวยังมีแนวโน้มเติบโต หากเกษตรกรสามารถบริหารจัดการสวนยางและรักษาผลผลิตได้ดี ก็ยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีในอนาคต