โลกดิจิทัลไม่เคยหยุดนิ่ง! โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ที่ปัจจุบันอยู่ในยุค 5G แต่ในอนาคตข้างหน้าอีกไม่ 4-5 ปี ต่อจากนี้ โลกการสื่อสารกำลังพัฒนาเข้าสู่ยุค 6 G (Sixth-Generation Wireless Technology)

วันนี้ คอลัมน์ “ชีวิตติด TECH” มีความเคลื่อนไหวเรื่องนี้มานำเสนอ โดย 6G คือ มาตรฐานระบบเครือข่ายไร้สายยุคที่ 6 ที่กำลังถูกพัฒนาขึ้นเพื่อต่อยอดจาก 5G ในปัจจุบัน ความโดดเด่นของ 6G จะไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความเร็ว” ที่คาดว่าจะเร็วกว่า 5G ถึง 50–100 เท่า  หรือ คิดกันง่ายๆ ว่า สามารถดาวน์โหลดหนังความละเอียดสูงได้ในเสี้ยววินาที

และ 6G จะเริ่มใช้งานเมื่อไหร่ จาก รายงาน อีริคสัน โมบิลิตี รีพอร์ต (EMR) ฉบับเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 ของ อีริคสัน  ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารระดับโลก ได้ระบุว่า ภาคอุตสาหกรรมจะหันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี 6จึ มากขึ้น โดยขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงเริ่มมีการหารือด้านข้อกำหนดมาตรฐานแล้ว 

โดยความคาดหวัง 6จี ในระยะแรกนั้นครอบคลุมถึงการสนับสนุนระบบตรวจจับและการสื่อสารแบบบูรณาการ , การผสานรวมระหว่างเครือข่ายภาคพื้นดินและเครือข่ายดาวเทียมเพื่อลดช่องว่างสัญญาณ และการมุ่งเน้นเรื่องประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างจริงจัง 

ซึ่งทั้งหมดนี้จะขับเคลื่อนด้วย “เอไอ-เนทีฟ 6จี” (AI-Native 6G) หรือ “ระบบเครือข่าย 6G ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน” 

ทั้งนี้ ทาง  อีริคสัน คาดว่า ข้อกำหนด 6G  ที่ใช้งานได้จริงชุดแรกจะได้รับการสรุปแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 71 หรือช่วงต้นปี 72 และคาดว่าบริการ 6จี เชิงพาณิชย์จะเปิดตัวตามมาในปี 73 ซึ่งอัตราการใช้งานจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละภูมิภาคและประเทศ 

โดย คาดว่าสหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (จีซีซี)  และอินเดีย จะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่เริ่มนำ 6G มาใช้งาน เช่นเดียวกับการเปิดตัว 5G ที่ผ่านมา 

ซึ่งคาดว่ายอดผู้ใช้งาน 6G ทั่วโลกจะอยู่ที่ประมาณ 180 ล้านรายภายในปี 74

แอนเดอร์ส เรียน

“แอนเดอร์ส เรียน”  ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย บอกว่า การมาของ 6G ในประเทศไทย อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นเป็นกลุ่มประเทศแรกๆ เหมือนตอนช่วงการเปลี่ยนผ่านจาก 4G ไป 5G ที่ไทยมีการลงทุนอย่างรวดเร็ว แต่จะเกิดขึ้นตามหลังกลุ่มผู้นำเทคโนโลยีราว 2-3 ปี เนื่องจากข้อจำกัดทั้งเรื่องของอุปกรณ์ และความพร้อมของการนำไปใช้งาน

“การมาของ 6G จะเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตในอนาคต เพราะการเชื่อมต่อไม่ได้อยู่กับแค่สถานีฐานเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายดาวเทียมทำให้ไม่พลาดการติดต่อสื่อสารในทุกช่วงเวลา มีการเพิ่มเรื่องความปลอดภัยข้อมูลในการใช้งาน ขณะที่อุปกรณ์ต่างๆ จะมีความฉลาดขึ้น”

ฉลาดมากขึ้นแค่ไหนนั้น? ทางผู้บริหารของ อีริคสัน บอกว่า เครือข่าย 6G จะรับรู้ถึงการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ เปิดโอกาสให้เกิดการต่อยอดเทคโนโลยี อย่างเช่น รถยนต์ที่สามารถเชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์ก เพื่อสื่อสารกับป้ายบอกทาง หรือสัญญาณไฟจราจร ตัวเน็ตเวิร์กจะสามารถนำคลื่นความถี่ที่แตกต่างกันมารวมกันเพื่อให้บริการได้ สามรถลดข้อจำกัดจากเครือข่าย 5G เดิม และช่วยให้ใช้พลังงานน้อยลงตามการใช้งานด้วย

อย่างไรก็ตามก่อนที่ 6G จะมา ในรายงานล่าสุดฉบับนี้ได้เปิดเผยตัวเลขสถิติที่น่าจับตาอย่างยิ่ง เมื่อยอดผู้ใช้บริการ 5G ทั่วโลกพุ่งทะยานทะลุ 3.1 พันล้านรายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังไตรมาสแรกปี 69 นี้มีผู้ใช้งานรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง 162 ล้านราย และคาดว่าจะยังคงเติบโตรวดเร็วต่อเนื่องจนแตะระดับ 6.4 พันล้านรายภายในสิ้นปี 74 

ขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย จะมีผู้ใช้งานสูงถึง 670 ล้านราย หรือคิดเป็น อัตราการเข้าถึงบริการเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ใช้งานมือถือทั้งหมดในภูมิภาค

หันกลับมามองที่ “ประเทศไทย” ข้อมูลระบุว่า ณ สิ้นปี 68 ไทยมีผู้ใช้บริการ 5G อยู่ที่ 33 ล้านราย (คิดเป็น 36% ของผู้ใช้มือถือทั้งหมด) แต่ภายในปี 74 ตัวเลขนี้จะเติบโตแบบ ก้าวกระโดดไปแตะที่ 93 ล้านราย หรือสูงถึง 92% เลยทีเดียว ซึ่งเป็นการสะท้อนภาพชัดเจนว่า คนไทยกำลังก้าวเข้าสู่พฤติกรรมการบริโภคข้อมูลในยุคใหม่อย่างเต็มตัว

ขณะเดียวกันก็พบว่าผู้ให้บริการ 43 รายจาก 55 ราย มีอัตราการเติบโตของการ Uplink สูงกว่า Downlink โดยผู้ให้บริการ 17 รายมีความคับคั่งของ Uplink โตสูงกว่า Downlink ถึง 1.5 เท่า ทั้งนี้โมเดลจำลองสถานการณ์ของอีริคสันยังชี้ว่าปริมาณการใช้งาน AI ที่เพิ่มเข้ามานั้น อาจส่งผลให้ความคับคั่งของการ Uplink ในปี 74 สูงกว่าปี 68 ถึง 3 เท่าตัวหรือมากกว่านั้น

ทั้งนี้ปริมาณการรับส่งข้อมูลบนเครือข่าย ทั้งในส่วนของโทรศัพท์เคลื่อนที่และ Fixed Wireless Access (FWA) ในไตรมาสแรกปี 69 เติบโตขึ้น 22% ต่อปี เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 68 ซึ่งตัวเลขนี้สูงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตที่ยังคงแข็งแกร่งในตลาดอินเดียและอเมริกาเหนือ

ภาพ pixabay.com

“แอนเดอร์ส เรียน” ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า พฤติกรรมของคนไทยในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วยแอปพลิเคชัน AI, การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ และคอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้นเอง หรือ UGC (User-Generated Content) ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ ปริมาณการรับ-ส่งข้อมูลแบบ Uplink เติบโตรวดเร็วแซงหน้า Downlink  แล้ว เครือข่ายโทรคมนาคมในวันนี้จึงจำเป็นต้องวิวัฒนาการจากการเชื่อมต่อทั่วไป ไปสู่การเป็น “โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ” (Intelligent Infrastructure) ที่สามารถรองรับข้อมูลประสิทธิภาพสูง

สอดคล้องกับ “เอริค เอคุดเดน” เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ของอีริคสัน ที่ชี้ว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่าน สู่ยุค Physical AI ที่จะทำให้รูปแบบของทราฟฟิกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เราจะขยับจากโมเดลการประมวลผลแบบรวมศูนย์ในดาต้าเซ็นเตอร์ ไปสู่ระบบที่ใช้ AI Agents อัตโนมัติประมวลผลแบบกระจายศูนย์ ซึ่งฝังอยู่ในอุปกรณ์ภายในยานพาหนะและในเมือง ซึ่งการเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 5G เป็นหลัก ทำให้เครือข่ายมือถือในวันนี้ไม่ใช่แค่การให้บริการเชื่อมต่อทั่ว ๆ ไปอีกต่อไปแล้ว แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่มีความสำคัญยิ่งเพื่อตอบสนองความต้องการของแอปพลิเคชันที่หลากหลาย 

ทั้งหมดเป็นภาพสะท้อนส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง ที่เราจะได้เห็นบริการเชิงพาณิชย์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นในอนาคต.

Cyber Daily