เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง จังหวัดนครราชสีมา ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง ให้สัมภาษณ์กรณีการเปิดโปงขบวนการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการท้องถิ่น โดยยอมรับว่า ปัญหาการโกงสอบไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานานแล้ว และส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชน รวมถึงผู้ที่เข้าสอบด้วยความสุจริต
ดร.กิติพงศ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องเร่งแก้ไข เพื่อเรียกความเชื่อมั่นต่อระบบสอบคัดเลือกข้าราชการท้องถิ่นกลับคืนมา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ผลประโยชน์จากการทุจริตอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ส่วนกลางยังไม่เปิดโอกาสให้ท้องถิ่นหรือจังหวัดดำเนินการจัดสอบเอง
“หากให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการสอบเอง เชื่อว่าจะตรวจสอบได้ง่ายกว่า เพราะนายกเทศมนตรีหรือนายก อบต. มาจากการเลือกตั้ง หากเกิดข้อครหาทุจริตก็ต้องรับผิดชอบโดยตรง ซึ่งอาจส่งผลถึงอนาคตทางการเมือง จึงมีแรงจูงใจที่จะทำให้การสอบโปร่งใส” ดร.กิติพงศ์ กล่าว
สำหรับสาเหตุที่มีผู้ยอมจ่ายเงินหลักแสนเพื่อแลกกับตำแหน่งข้าราชการท้องถิ่น ทั้งที่เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 18,000 บาทนั้น มองว่าเกิดจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะผู้ปกครองที่ต้องการให้บุตรหลานมีอาชีพมั่นคง มีเกียรติ และสร้างความภาคภูมิใจให้ครอบครัว จึงยอมลงทุนเพื่อให้ได้เข้ารับราชการ
นอกจากนี้ ข้าราชการท้องถิ่นยังได้รับสิทธิประโยชน์ไม่แตกต่างจากข้าราชการพลเรือน ทั้งเงินเดือน สวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาล สิทธิหลังเกษียณ และเงินบำนาญ รวมถึงบางองค์กรยังมีเงินรางวัลประจำปีหรือโบนัสสำหรับผู้ที่มีผลการปฏิบัติงานดี ซึ่งอาจได้รับไม่เกิน 2 เท่าของเงินเดือน ทำให้หลายคนมองว่าคุ้มค่ากับการลงทุน
ดร.กิติพงศ์ ยังอธิบายถึงเส้นทางความก้าวหน้าในสายงานราชการท้องถิ่นว่า ผู้บรรจุใหม่ในระดับปฏิบัติการจะได้รับเงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 18,000 บาท และมีโอกาสปรับขึ้นเงินเดือนทุกปีตามผลการปฏิบัติงาน หากสอบเลื่อนระดับจนเป็นผู้บริหาร จะมี 3 ระดับ ได้แก่ ผู้บริหารระดับต้น มีเงินเดือนประมาณ 40,000-50,000 บาท ผู้บริหารระดับกลางประมาณ 50,000-60,000 บาท และผู้บริหารระดับสูงประมาณ 60,000-80,000 บาท ขณะที่ก่อนเกษียณ เงินเดือนอาจสูงถึงประมาณ 90,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลการปฏิบัติงานและการเลื่อนขั้นเงินเดือนของแต่ละบุคคล.



