นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวตอนหนึ่งระหว่างมอบนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้แก่ผู้บริหารและข้าราชการ กรมการข้าว ว่า  นโยบายสำคัญภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า “ข้าวไทย 5 ทัน สู่ข้าวคาร์บอนต่ำ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ เชื่อมตลาดโลก โดยเปลี่ยนแนวคิดการปลูกข้าวในอดีตที่ทำอย่างไรเพื่อให้สามารถปลูกข้าวได้ปริมาณมากที่สุด เป็น  เราต้องปลูกข้าวให้ตรงกับความต้องการของตลาด ใช้น้ำให้น้อยลง ปล่อยคาร์บอนต่ำ มีเมล็ดพันธุ์ที่มั่นคง และที่สำคัญที่สุดคือต้องขายได้มูลค่าสูง  โดยมีแนวทาง คือ ต้องพัฒนายกระดับสู่ข้าวคุณภาพสูงและข้าวคาร์บอนต่ำ เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ชาวนา และสร้างความสามารถการแข่งขันในระยะยาว

สำหรับนโยบาย ข้าวไทย 5 ทัน สู่ข้าวคาร์บอนต่ำ ต้องขับเคลื่อนทันทีโดยให้ยกเรื่อง “ข้าวคาร์บอนต่ำ” เป็นนโยบายเรือธงในการพัฒนาข้าวไทยทั้งระบบ โดยมียุทธศาสตร์ 5 ทัน คือ  1. ทันน้ำ โดยอิงปริมาณน้ำจริงในแต่ละพื้นที่ เชื่อมโยงข้อมูลน้ำ พื้นที่ พันธุ์ข้าว และปฏิทินการผลิตเข้าด้วยกัน 2. ทันพันธุ์  ปฏิรูประบบเมล็ดพันธุ์ข้าวทั้งระบบ ตั้งแต่วิจัย ผลิต รับรองคุณภาพ เก็บรักษา ไปจนถึงการกระจายเมล็ดพันธุ์ให้ถึงมือเกษตรกรอย่างทั่วถึง 3.ทันเทคโนโลยี ยกระดับการผลิตข้าวด้วย AI , Big Data, เครื่องจักรกล และพลังงานสะอาด โดยเรื่องแรกที่จะต้องทำ คือ “จัดทำฐานข้อมูลข้าวแห่งชาติ” 

4.ทันมาตรฐานโลก เน้นให้สามารถสร้างระบบมาตรฐานข้าวคาร์บอนต่ำที่น่าเชื่อถือและจับต้องได้ เพราะว่าเป็นจุดขายใหม่ที่สำคัญของข้าวไทยในเวทีโลก 5.ทันตลาด ต้องปลูกข้าวตรงกับที่ตลาดต้องการและถูกช่วงเวลา โดยเฉพาะกลุ่มข้าวพรีเมียมอย่างข้าวคาร์บอนต่ำ ข้าวอินทรีย์ ข้าวสุขภาพ และส่งเสริมการแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากข้าวคาร์บอนต่ำ และใช้ประโยชน์จาก ฟาง แกลบ รำ และปลายข้าว ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“กรมการข้าวควรเป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อน Thailand Low Carbon Rice โดยพัฒนามาตรฐานข้าวคาร์บอนต่ำออกเป็นหลายระดับ เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของเกษตรกรรายย่อยและคู่ค้าแต่ละกลุ่ม โดยนำระบบ Digital MRV เข้ามาใช้บันทึกข้อมูลการใช้น้ำ การใส่ปุ๋ย และการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงมาตรฐานต่างๆ เข้าด้วยกัน พร้อมทั้งทำระบบ Traceability ตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่ต้นทางเมล็ดพันธุ์จนถึงมือผู้บริโภค”