เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา นายยุทธพร อิสรชัย นักวิชาการรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะอดีต กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งข้อสังเกตที่ กมธ. ของ สว. ปรับแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เพื่อนิรโทษกรรมทางการเมือง อาจเอื้อประโยชน์ไปถึงช่วยผู้เกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว. เมื่อปี 2567 ด้วย ว่า ในการพิจารณาของ กมธ. มองกันว่ามีการกระทำที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. เมื่อ 20 ปีก่อน มีหลายกรณีที่เกี่ยวข้องกับการปิดหน่วยเลือกตั้ง เช่น ของกลุ่ม กปปส. จึงบัญญัติความในบัญชีแนบท้ายให้นิรโทษกรรมรวมถึง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ทุกฉบับด้วย
แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่าหากนิรโทษกรรมทั้งฉบับอาจจะเหมารวมถึงคดีการทุจริตการเลือกตั้ง หรือ คุณสมบัติด้วย ทำให้ อดีต กมธ.ของสภา กำหนดเงื่อนไข ว่าไม่รวมการเลือกตั้งโดยทุจริต การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ
เมื่อถามว่า ตามบัญชีแนบท้ายที่รวมความผิดใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 ทำให้คดีฮั้ว สว. ปี 2567 ได้รับการล้างผิดด้วยหรือไม่ นายยุทธพร กล่าวว่า ในชั้น กมธ.ของสภา ตั้งข้อสังเกตไว้ แต่เพื่อไม่ให้ครอบคลุมถึงกรณีการเลือกที่ไม่สุจริต จึงกำหนดเงื่อนไขไว้ชัดเจนว่า ไม่รวมการเลือกตั้งโดยทุจริต การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ หากมีคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเลือกตั้ง ไม่เป็นคุณสมบัติอันเป็นเท็จจะไม่ได้รับนิรโทษกรรมตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการจับตาว่าการพิจารณาของ สว. ต่อร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ สุดท้ายเรื่องฮั้ว สว. จะถูกนำไปรวมให้นิรโทษด้วย นายยุทธพร กล่าวว่า ต้องดูว่า สว. มีการแปรญัตติเพื่อแก้ไขให้ครอบคลุมกับกฎหมายทั้งฉบับหรือไม่ ซึ่งในชั้นของ สส. การนิรโทษกรรมจะยกเว้นความผิดเรื่องทุจริต หากไม่ยกเว้น คดีฮั้ว สว. อาจได้รับประโยชน์ด้วย และการแก้ไขของ สว. อาจกลายเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ดังนั้นตนมองว่า สว. ไม่ควรแก้เพิ่มเติม โดยเฉพาะการยกเว้นคดีทุจริต ที่ สว. อาจได้รับประโยชน์ไปด้วย
“จริงๆ แล้ว จุดตั้งต้น สว. ไม่ควรแก้ไขอะไรที่มากกว่าหลักการที่ สส. ได้ลงมติเห็นชอบไปแล้ว หากมีประเด็นเกี่ยวข้องกับฮั้ว สว. อาจกลายเป็นประโยชน์ทับซ้อน ทั้งนี้ตามหน้าที่ สว. คือการกลั่นกรอง หากมีกฎหมายส่วนใดที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ หรือกระทบกับกฎหมายอื่นๆ หรือส่งผลกระทบบุคคลภายนอกหรือไม่ แค่นั้นพอ หากเพิ่มเติมหลักการใหม่ จะทำให้เกิดเป็นประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน ช่วยเหลือคดีฮั้ว สว. ที่สังคมจับตาอยู่” นายยุทธพร กล่าว
เมื่อถามถึง เหตุผลต่อการกำหนดช่วงเวลาที่จะได้รับการนิรโทษกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548-16 ก.ค. 2568 นายยุทธพร กล่าวว่า เหตุที่กำหนดกรอบสิ้นสุดที่ได้รับการนิรโทษกรรม เป็นวันที่ 16 ก.ค. 2568 นั้น เพราะเป็นวันที่สภา ลงมติรับหลักการของร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เมื่อปี 2568 ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเลือกกันเองของ สว. ที่เมื่อ 26 มิ.ย. 2567 ได้เลือกกันเองในรอบสุดท้าย รอบระดับประเทศแต่อย่างใด
อนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า สว. จะแก้ไขร่างกฎหมายนิรโทษกรรมนี้ ซึ่งหากแก้ จะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 137 (3) คือ หากวุฒิสภาต้องการแก้ไขเพิ่มเติม ให้ส่งร่างพระราชบัญญัติตามที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นไปยังสภาผู้แทนราษฎร



