สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงบรรยากาศตึงเครียดกับเวเนซุเอลา ว่า “อาจมีการพูดคุยบางอย่าง” กับประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา “แล้วรอดูผล” พร้อมทั้งเสริมว่า “เวเนซุเอลาเป็นฝ่ายต้องการหารือ”
ขณะที่นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงการเตรียมขึ้นบัญชีดำกลุ่ม “เดอ ลอส โซเลส” หรือ “แก๊งแห่งแสงอาทิตย์” เป็นองค์กรก่อการร้ายต่างชาติ รูบิโออ้างว่า แก๊งดังกล่าวอยู่ภายใต้การนำของมาดูโร และเกี่ยวข้องโดยตรงกับการก่อความรุนแรง และการลักลอบขนยาเสพติดเข้าสู่สหรัฐและยุโรป ซึ่งการขึ้นบัญชีดำดังกล่าวจะมีผลอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. นี้
.@POTUS on Venezuela: "We may be having some discussions with Maduro, and we'll see how that turns out — but they would like to talk." pic.twitter.com/ooeKngFUch
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) November 16, 2025
ในเวลาเดียวกัน เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์.ฟอร์ด ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกองเรือติดตาม ซึ่งรวมถึงเรือพิฆาตติดตั้งระบบขีปนาวุธนำวิถี เดินทางเข้าสู่ “พื้นที่เป้าหมาย” ในทะเลแคริบเบียนแล้ว ตามคำสั่งของทรัมป์ “เพื่อทำลายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และตอบโต้การก่อการร้ายจากยาเสพติด”
ทั้งนี้ นายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ ประกาศปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ในชื่อ “เซาเทิร์น สเปียร์” หรือ “หอกใต้” (Southern Spear) มีวัตถุประสงค์เพื่อ “กำจัดผู้ก่อการร้ายยาเสพติด” เฮกเซธยืนยันว่า ภารกิจนี้จะปกป้องมาตุภูมิ กำจัดผู้ก่อการร้ายยาเสพติดออกจากภูมิภาค และป้องกันมาตุภูมิจากยาเสพติดที่กำลังคร่าชีวิตพลเมืองสหรัฐ
ตามสถิติของสหรัฐ ระบุว่า นับตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีเรือประมาณ 20 ลำ ซึ่งต้องสงสัยเป็นเรือขนยาเสพติด ในเขตน่านน้ำสากลของภูมิภาคแคริบเบียน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 83 ราย
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐมีวัตถุประสงค์ “ซ่อนเร้น” เพื่อโคนอำนาจประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับรัฐบาลวอชิงตันมานาน โดยอ้างเรื่องการปราบปรามยาเสพติดเป็นฉากบังหน้า และเป็น “การสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม”.
เครดิตภาพ : AFP



