นับตั้งแต่เดือน พ.ค. 67 ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง เข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ขับเคลื่อนการดำเนินงานขององค์กรในทิศทางเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว เพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น และสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการดำเนินงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เน้นธุรกิจ Hydrocarbon ที่ถนัด พร้อมปรับพอร์ตธุรกิจ Non-Hydrocarbon สู่สมดุลใหม่ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ตามวิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน”
ตลอด 1 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา มีความก้าวหน้าการดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่สำคัญ ทั้งการจัดตั้ง ‘War Room’ เพื่อเฝ้าติดตามและวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงภายนอกอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวนจากหลายปัจจัยเสี่ยง เช่น นโยบายภาษีของสหรัฐฯ ความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวซึ่งส่งผลต่อความต้องการใช้พลังงาน พร้อมเร่งสร้างความแข็งแกร่งภายในผ่านการบริหารสินทรัพย์และเงินทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ปี 68 ปตท. ประกาศความสำเร็จด้านการบริหารการเงิน โดยเริ่มจากการดำเนินกลยุทธ์ Asset Monetization (A1) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ในกลุ่มบริษัท ปตท. โดยมอบหมายให้ บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT Tank) เป็น ‘Infrastructure Flagship’ ของกลุ่ม จัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อซื้อและเช่าท่าเทียบเรือ ถังเก็บผลิตภัณฑ์ และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องจาก บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือGC และ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
จากนั้นนำสินทรัพย์ดังกล่าวมาบริหารให้เกิดรายได้และผลตอบแทนสูงสุดต่อกลุ่ม ปตท. ทั้งยังมีแผนเข้าซื้อหุ้นของบริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด จากGC ในสัดส่วน 35.43% เพื่อเสริมความครบวงจรด้านบริการรับ จัดเก็บ และขนถ่ายสินค้าเหลว กลยุทธ์ดังกล่าวนอกจากเป็นการสร้าง Synergy ภายในกลุ่มแล้ว ยังเปิดโอกาสให้เกิดโมเดลธุรกิจใหม่ด้าน Energy Infrastructure พร้อมเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินแก่ ไทยออยล์ และGC ด้วยมูลค่าโครงการรวมกว่า 4.7 หมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกันยังเดินหน้าปรับพอร์ต ‘Life Science’ โดย Lotus Pharmaceutical Company Limited (Lotus) ของไต้หวัน เข้าซื้อหุ้น Alvogen US ซึ่งดำเนินธุรกิจวิจัย พัฒนา ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาเฉพาะทางในสหรัฐอเมริกา ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 658 ล้านเหรียญสหรัฐ การปรับโครงสร้างนี้ช่วยเพิ่มศักยภาพให้ Lotus ขยายตลาดยาในต่างประเทศ
นอกจากนี้ ปตท. ซื้อหุ้นคืนเป็นครั้งแรก (Treasury Stock) เพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกิน และสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนในสถานะทางการเงินขององค์กร ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 23 กันยายน 2568 รวมจำนวน 238,660,400 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 0.84 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 7,548,897,300 บาท สะท้อนถึงการบริหารทุนอย่างรอบคอบและยืดหยุ่นในภาวะตลาดที่ผันผวน

พร้อมกันนี้ยังคงดำเนินนโยบายจ่ายเงินปันผลอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยได้จ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2567 ในอัตรา 2.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 6.6% และล่าสุดคณะกรรมการ ปตท. มีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 68 ในอัตรา 0.90 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 7.3% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกัน
เห็นได้ว่า ปตท. ภายใต้การนำของ “ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง” สะท้อนวิสัยทัศน์การบริหารที่เน้นปรับตัวเชิงกลยุทธ์ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลกอย่างรอบคอบ ควบคู่ไปกับการสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนทางธุรกิจและความยั่งยืนในระยะยาว ทั้งในมิติพลังงาน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ตามวิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน”



