สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ว่า ในรายงานการติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประจำปี หน่วยงานที่ปรึกษาอิสระระบุว่า อัตราการลดการปล่อยมลพิษจะต้องเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หากนิวซีแลนด์ต้องการกลับสู่เส้นทางเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
“นี่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจน แม้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ความคืบหน้ากลับหยุดชะงักในปี 2567 และนโยบายในปัจจุบันไม่ให้ผลลัพธ์ในระดับที่ต้องการ” นายโจ เฮนดี ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของคณะกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศนิวซีแลนด์ กล่าว
New Zealand's greenhouse gas emissions are falling too slowly to meet national climate targets, with progress stalling in 2024 and key goals for the next decade now at heightened risk, the Climate Change Commission said on Wednesday. https://t.co/FIWkN2eERZ
— Reuters Legal (@ReutersLegal) July 21, 2026
รายงานระบุว่า การตัดสินใจของรัฐบาลเวลลิงตันในช่วง 12-24 เดือนข้างหน้านี้ จะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับเสริมว่า งบประมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครั้งที่ 2 และ 3 ของนิวซีแลนด์ เผชิญกับความเสี่ยงสูง ขณะที่เป้าหมายปี 2573 สำหรับก๊าซมีเทนในธรรมชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากปศุสัตว์ มีแนวโน้มที่จะไม่บรรลุผล
ทั้งนี้ คณะกรรมการระบุว่า การนำเทคโนโลยีปล่อยมลพิษต่ำที่มีอยู่มาใช้ให้เร็วขึ้น จะช่วยลดต้นทุนสำหรับครัวเรือนและธุรกิจ รวมถึงลดความเสี่ยงจากราคาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ผันผวน และเรียกร้องให้รัฐบาลนิวซีแลนด์ใช้มาตรการทางเงินแบบเจาะจงเป้าหมาย สัญญาณการลงทุนที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และข้อมูลที่ดีกว่า เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนและธุรกิจ ๆ เปลี่ยนไปใช้พลังงานทางเลือกแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



