เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกรัฐมนตรี จ่อยื่นฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ที่เปิดเผยรายชื่อบุคคลระดับรัฐมนตรี อ้างว่าพัวพันกับคดีโกง สว. จำนวน 9 คน ว่า ความจริงแล้ว ในฐานะที่นายกฯ เป็นบุคคลสาธารณะ เป็นผู้มีอำนาจรัฐ แทนที่จะทำการฟ้องผู้ตั้งคำถาม สิ่งที่ท่านทำได้คือชี้แจงข้อกล่าวหานั้น ถ้าฟังข้อมูลนายยิ่งชีพ จะเห็นว่ามีการพูดถึงข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างเจาะจง นายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง สามารถชี้แจงสั้น ๆ ได้ง่าย
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ข้อมูลที่เกี่ยวกับนายอนุทินนั้น ก็มีการให้ข้อมูลว่า มีคำบอกเล่าเรื่องการปรากฏตัวที่โรงแรมพูลแมน กล่าวหาว่านายอนุทิน ประชุมร่วมกับ สว. นับ 100 คน มีการคุยกันเรื่องเลือกประธาน และรองประธานวุฒิสภา ดังนั้นแทนที่จะฟ้องผู้ที่ตรวจสอบ ทำไมไม่บอกชัด ๆ ว่าวันนั้นอยู่ที่ไหน ไปโรงแรมนั้นจริงหรือไม่ ได้ประชุมร่วมกับ สว. จริงหรือไม่ ถ้าประชุมจริง คุยกันเรื่องอะไร เป็นต้น หรือกรณีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ได้มีการพูดคุยกับผู้สมัคร สว. จริงตามที่กล่าวหาหรือไม่ และนายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภา เคยไปปรากฏตัวที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ ก่อนการเลือก สว.ระดับประเทศ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ เป็นต้น
“เรียกร้องไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่าได้ตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ เพราะแน่ใจว่านายยิ่งชีพพูดนั้น อยู่ในคำให้การที่พยานให้กับหน่วยงานตรวจสอบไปแล้ว เพียงตรวจสอบกล้องวงจรปิด หรือแม้กระทั่งถ้ามีข้อกล่าวหาว่าติดต่อกันทางโทรศัพท์ เชื่อว่าอยู่ในวิสัยหน่วยงานอย่าง กกต. และดีเอสไอ ไปขอดูหลักฐานได้ เราเห็นว่าเรื่องนี้ควรส่งเรื่องไปที่ศาล ซึ่งสังคมตั้งคำถามต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. 7 คนที่จะชี้ขาดในเดือน ส.ค. นี้ ถ้า กกต. มีหลักฐานชัดแต่เป่าคดี ไม่ส่งศาล กกต. อาจต้องคิดหนักว่าพร้อมจะเสี่ยงติดคุกเพื่อปกป้องคนเหล่านี้หรือไม่”
เมื่อถามว่า นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ชี้ว่า พรรคประชาชนและคณะก้าวหน้า ก็พยายามจัดตั้ง สว. และมี สว. ของพรรคประชาชน นายพริษฐ์ กล่าวว่า ถ้านายศุภชัย เชื่อว่ามีการกระทำผิดโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจริง เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่จะตรวจสอบเรื่องนี้
“พฤติกรรมที่คิดว่าถูกกล่าวหา ณ เวลานี้ ผมใช้คำว่าโกง สว. ไม่ใช่ฮั้ว สว. เพราะพฤติกรรมเวลานี้ ไม่ใช่แค่จัดตั้งเครือข่ายผู้สมัคร ที่อาจทำโพยหรือแลกคะแนนระหว่างกัน แต่เรากำลังพูดถึงกระบวนการที่จ้างคนมาสมัคร มาโหวต เสนอเงินทอง ตำแหน่ง มาเกี่ยวข้อง จ่ายค่าที่พักรวมตัวก่อนวันเลือก สำหรับผมใครก็ตามที่ทำพฤติกรรมเช่นนี้ ควรส่งเรื่องไปที่ศาลทั้งหมด ถ้ายืมคำพูดท่านนายกฯ คือ ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม ยืนยันว่า เราเรียกร้องให้หน่วยงานตรวจสอบ ตรวจสอบทุกฝ่ายตรงไปตรงมา ใครมีพฤติกรรมโกง สว.เช่นนี้ ต้องส่งเรื่องไปที่ศาล”
เมื่อถามย้ำว่า นายศุภชัย ระบุที่มาไม่ต่างกันเลยระหว่าง สว.สีส้ม กับ สว.สีน้ำเงิน นายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่รู้ว่าพฤติกรรมที่กล่าวหาคืออะไร แต่สำหรับ ตนพฤติกรรมที่เป็นปัญหาก็อย่างที่เรียนไปแล้วข้างต้น ใครก็ตาม ไม่ว่าชื่ออะไร หรือมีความคิดทางการเมืองแบบใด กกต.ควรส่งเรื่องไปที่ศาล

นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า หวังว่าการฟ้องนายยิ่งชีพ ไม่ใช่ไปปิดปาก เพราะการทำแบบนี้จะทำให้เรื่องทั้งหลายเลวร้ายลง จริงๆ นายกฯ ควรใจกว้างกับทุกเรื่อง ให้ทุกคนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ การที่นายกฯ และนักการเมืองไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งตนไม่รู้ว่าเป็นการทำให้เขาหวาดกลัวที่จะตรวจสอบหรือไม่ หวังว่าจะไม่เป็นแบบนั้น แต่การทำเช่นนี้ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น ไม่ได้ทำให้การทุจริตหายไป
“ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองก็ควรจะใจกว้าง และควรจะให้ภาคประชาชน รวมถึงฝ่ายการเมืองที่เป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างดีที่สุด ผมคิดว่ามันจะดีกว่าการออกมาดิ้นมากๆ ก็จะยิ่งทำให้สังคมเกิดความสงสัยในตัวท่าน ถามจริงๆ กับท่านนายกฯ ว่าอะไรสำคัญกว่ากันระหว่างการปิดปากประชาชน กับการใช้อำนาจของท่านจัดการกับปัญหาการทุจริต สิ่งที่ท่านควรให้ความสำคัญ ควรจะเก่งจัดการกับพวกทุจริต ให้เหมือนกับที่ท่านเก่งกับประชาชนที่ตรวจสอบท่าน การที่ท่านพยายามปิดปากคนที่มาตรวจสอบ ยิ่งทำให้เขาอยากตรวจสอบมากขึ้น ถ้านายกฯ ชื่อว่าตัวเองบริสุทธิ์ต่อการทุจริตคอร์รัปชันแล้วจะกลัวอะไร”



