เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายอัครา พรหมเผ่า รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรฯ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม., นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวง พม., นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. และคณะผู้บริหารกระทรวงทั้ง 2 กระทรวง ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของโครงการบ้านมั่นคงสหกรณ์บริการเคหสถานสามัคคีติวานนท์ จำกัด เทศบาลนครปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และมอบบ้านมั่นคง จำนวน 59 หลัง ให้แก่สมาชิกสหกรณ์ฯ

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวตอนหนึ่งว่า โครงการบ้านมั่นคงเป็นหนึ่งในนโยบายที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น โดยเฉพาะชุมชนในเมืองที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่และโอกาส เมื่อคนมีบ้านของตัวเองก็จะมีกำลังใจ มีความมั่นใจในอนาคต ตนได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งขยายการสนับสนุน เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ครัวเรือนในโครงการ เน้นส่งเสริมอาชีพที่ใช้พื้นที่น้อย เช่น การปลูกผักแนวตั้ง ปลูกเห็ด หรือพืชผักปลอดสาร รวมถึงการเลี้ยงไก่ในระบบใหม่ โดยชาวบ้านต้องไม่ควักเงินเอง พร้อมให้หาแหล่งจำหน่ายสินค้าให้ชุมชนก่อนเริ่มผลิต นำสินค้าชุมชนเข้าสู่ภาคการท่องเที่ยวและภาคการศึกษา โดยตนจะประสานกับนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ มาบูรณาการทำงานร่วมกันทั้ง 4 กระทรวง

วันเดียวกันนี้ ร.อ.ธรรมนัส และคณะเดินทางไปร่วมงานสัมมนา “เครือข่ายสหกรณ์ชุมชนบ้านมั่นคง เครื่องมือการพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง” ที่เมืองทองธานี โดย นายอัครา กล่าวเปิดงานว่า การจัดตั้งสหกรณ์บ้านมั่นคงว่า เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมความเข้มแข็งให้กลุ่มเปราะบาง แก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ซึ่ง พม.กำลังเร่งผลักดันระเบียบสหกรณ์บ้านมั่นคงรูปแบบที่ 8 ให้เร็วที่สุด

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่ใช่คนทำงานแบบระบบราชการที่แก้ปัญหาโดยไม่ลงพื้นที่จริง จุดยืนสไตล์การทำงานของตนต้องฟังเสียงประชาชนเท่านั้น จากการลงพื้นที่ทั่วประเทศ ตนได้รับหนังสือร้องเรียนเป็นซองแห่งความทุกข์ และเราต้องเร่งแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยไม่การมองประชาชนมาจากห้องประชุมติดแอร์ ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งแก้กฎกระทรวงเพื่อรองรับสหกรณ์บ้านมั่นคงประเภท 8 ให้เป็นของขวัญปีใหม่สำหรับคนฐานราก การลดดอกเบี้ยให้ผู้มีภาระหนี้ เริ่ม 1% ผ่านกลไก พอช. เดินหน้าผลักดันการนำรายได้สลากการกุศลมาใช้สนับสนุนการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม ส่วนข้อเสนอจากประชาชนให้เพิ่มวงเงินสนับสนุนครัวเรือนในโครงการบ้านมั่นคงจาก 89,800 บาท เป็นระดับเดียวกับพื้นที่อื่น เพื่อความเสมอภาคนั้น ตนจะเร่งประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วงเย็นเพื่อติดตามการขับเคลื่อนโครงการ

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสถาบันการเงินด้านที่อยู่อาศัยว่า ต้องยืนอยู่ข้างคนจน ไม่ใช่เน้นดอกเบี้ยแบบเชิงพาณิชย์ หากหน่วยงานใดไม่ทำตามเจตนารมณ์ของการก่อตั้ง ก็สมควรทบทวนบทบาทตัวเอง โดยนโยบายด้านที่อยู่อาศัยและสวัสดิการสังคมต้องมีสถาบันการเงินที่ยืนอยู่ข้างประชาชนอย่างแท้จริง

“ผมยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับชีวิตประชาชนฐานราก ผ่านทั้งนโยบายที่จับต้องได้และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง อย่างเช่น โครงการบ้านมั่นคงก็เป็นหมุดหมายสำคัญในการสร้างความเสมอภาคทางสังคมอย่างยั่งยืน เราจะไม่ทอดทิ้งคนฐานราก และผมจะลงพื้นที่ติดตามงานด้วยตัวเองเหมือนที่ผ่านมา แม้จะต้องฝ่ากระแสโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามทุกวันก็ตาม แต่สิ่งที่ทำทั้งหมด เพราะผมรักคนฐานราก” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว.