เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 17 พ.ย. 68 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงภาพรวมการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง และส่วนราชการรวมถึงหน่วยงานรัฐวิสาหกิจร่วมกับจังหวัด ในการอำนวยความสะดวกประชาชนจากต่างจังหวัดที่เดินทางเข้ามากราบบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันนี้เป็นวันแรก ซึ่งมีประชาชนจาก จ.กระบี่ กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ และกำแพงเพชร รวม 3,000 คน เดินทางโดยรถบัส และมีตำรวจทางหลวงนำขบวนและปิดท้ายขบวน พร้อมเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครสาธารณภัย ดูแลความเรียบร้อยตลอดเส้นทาง ทั้งการบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มบริเวณจุดพักระหว่างทาง และจุดพักคอยก่อนเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเมื่อเดินทางถึงจุดรับ-ส่งประชาชน บริเวณหน้าถนนหน้าพระธาตุ จะมีเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน (อส.) กระทรวงมหาดไทย คอยดูแลอำนวยความสะดวกตั้งแต่เดินทางมาถึง การเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ และส่งขึ้นรถกลับภูมิลำเนา




“สำหรับวันนี้ การดำเนินการอำนวยความสะดวกประชาชนในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งตลอดระยะเวลาเส้นทางที่ประชาชนเดินทางผ่านจะมีผู้ว่าราชการจังหวัดนำข้าราชการตลอดจนประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ร่วมอำนวยความสะดวก เช่น ที่ จ.นครปฐม ซึ่งเป็นจุดพักคอยสำหรับจังหวัดภาคใต้และภาคตะวันตก เมื่อเช้าตรู่วันนี้ น.ส.อโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ก็ได้เดินทางไปอำนวยความสะดวกด้วยตนเอง โดยประชาชนกลุ่มแรก จำนวน 750 คน เดินทางมาจากกระบี่ ถึงที่บริเวณถนนหน้าพระธาตุ ด้านหน้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ประมาณ 06.00 น. โดยมีรถบัส 15 คัน และมีการดูแลความปลอดภัยด้านต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ มีเจ้าหน้าที่ อส. ข้าราชการฝ่ายปกครองทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค รวมถึงพี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ประจำรถคอยดูแลประชาชน” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว





นายอรรษิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในวันที่ 18 พ.ย.นี้ เป็นการอำนวยความสะดวกประชาชนจาก จ.ขอนแก่น นครพนม จันทบุรี ฉะเชิงเทรา รวม 3,000 คน ทั้งนี้ สำหรับประชาชนหรือหน่วยงาน สถานศึกษา ที่ประสงค์จะนำคณะเดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขอให้ได้ประสานติดต่อกับทางจังหวัด โดยประสานที่ทำการปกครองจังหวัด ซึ่งมีปลัดจังหวัด เป็นหัวหน้าส่วนราชการ ณ ศาลากลางจังหวัด หรือประสานที่ทำการปกครองอำเภอ ซึ่งมีนายอำเภอ เป็นหัวหน้าส่วนราชการ ณ ที่ว่าการอำเภอ เพื่อการบริหารจัดการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเดินทางเข้ามาแสดงความจงรักภักดีอย่างเป็นระบบและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย


ด้านตัวแทนประชาชนจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า มีความตื้นตันมาก เพราะเป็นโอกาสครั้งหนึ่งที่มีความรู้สึกว่าได้เป็นประวัติศาสตร์ให้กับวงศ์ตระกูล และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงเป็นแบบอย่างให้กับคนไทยสะท้อนพระราชกรณียกิจที่ทรงมุ่งมั่นทุ่มเทปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ ให้ความรัก พระราชทานแนวทางความช่วยเหลือให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีอาชีพ ไม่ยากจน
“พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจเป็นประดุจพระมารดาแห่งแผ่นดิน ผู้หนุนเสริมให้ประชาชนมีกำลังใจ และไม่ว่าเกิดเหตุการณ์ใดๆ พระองค์จะพระราชทานความช่วยเหลือและเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจประชาชนเสมอมา และพระราชทานโครงการพระราชดำริมากมาย”




ด้านตัวแทนประชาชนจากจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า มีความรู้สึกตื้นตันที่ได้ร่วมเดินทางมากับทางจังหวัดและกระทรวงมหาดไทย เพราะนับตั้งแต่พระองค์เสด็จสวรรคต ตนรวมถึงเพื่อน ๆ ญาติผู้ใหญ่ ต่างเสียใจ และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตลอดระยะเวลา 70 ปีทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร



“ดีใจและขอบคุณทางรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยที่ได้จัดให้มีการอำนวยความสะดวกให้กับตนและประชาชนจากทั่วประเทศได้เดินทางเข้ามากราบพระบรมศพสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พี่ ๆ เพื่อน ๆ หลายคนถึงกับน้ำตาไหลที่ได้มากราบพระบรมศพ และตั้งจิตอธิษฐานให้พระองค์สถิตในสรวงสวรรค์ โดยพวกเราผู้เป็นพสกนิกรของพระองค์จะนำแนวพระราชดำริต่าง ๆ มาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างเต็มกำลัง”



