เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเยาวชนหญิง อายุ 12 ขวบ ถูกแม่พาไปทำงานในร้านนวดที่ญี่ปุ่น และถูกบังคับให้ค้าประเวณี ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนตำรวจโตเกียวเข้าช่วยเหลือ และจับเจ้าของร้านเป็นชาวญี่ปุ่นเอาไว้ได้ เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา ส่วนแม่เด็กหนีไปไต้หวัน ว่า เรื่องนี้แบ่งเป็นทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งตนได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ ประสานงานไปทั้งทางตำรวจที่ญี่ปุ่นและไต้หวัน ล่าสุดจากการที่ประสานงานกัน ขณะนี้เด็กอยู่ในความดูแลของตำรวจญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในขั้นตอนและกระบวนการซักถามเหยื่อ อยู่ระหว่างการสอบสวนของญี่ปุ่น หากทุกอย่างเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว ทางญี่ปุ่นก็จะส่งตัวเด็กกลับให้ตำรวจไทย

ผบ.ตร. กล่าวว่า ตำรวจไต้หวันเอง ก็ได้มีการควบคุมตัวแม่ของเด็กเอาไว้ เพื่อดำเนินคดีในฐานความผิดหนึ่ง โดยทางไต้หวันอยู่ระหว่างการสอบสวนตัวแม่เด็กอยู่ ซึ่งทั้ง 2 ประเทศ ก็อยู่ระหว่างประสานงานกัน หากตำรวจญี่ปุ่นจำเป็นต้องสอบสวน หรือสอบปากคำแม่เด็กเพิ่มเติมต่อ ก็จะต้องประสานงานกับตำรวจไต้หวันตามขั้นตอน

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ส่วนตำรวจไทยได้ประสานงานกับทางตำรวจไต้หวันแล้ว หากตัวแม่เด็กเสร็จสิ้นกระบวนการของตำรวจไต้หวันแล้ว และไม่ได้ส่งไปให้กับตำรวจญี่ปุ่น ก็ขอให้ประสานงานกับตำรวจไทยผ่าน พล.ต.อ.ธัชชัย เพื่อเราจะได้นำตัวแม่เด็กมาดำเนินการที่ไทยต่อ ซึ่งเราก็ได้สั่งการให้กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ พร้อมดำเนินการคู่ขนานในการสอบสวน ทั้งเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่เป็นเครือญาติทั้งหมด เรื่องเงิน และในส่วนเป็นความผิดกับแม่เด็ก เบื้องต้นอยู่ระหว่างการสอบสวน และได้มีการทำหนังสือส่งไปยังอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาว่าเป็นคดีนี้ จะเป็นคดีนอกราชอาณาจักรหรือไม่ อย่างไร ทั้งหมดอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยสรุปขณะนี้ตัวเด็กยังอยู่ที่ญี่ปุ่น ส่วนแม่เด็กอยู่ที่ไต้หวัน ทั้งคู่ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการของแต่ละประเทศ

ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ความผิดที่เกิดขึ้นเป็นความผิดที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นตามฐานความผิด แต่ในส่วนของตำรวจไทย เราได้สอบสวนและตั้งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเป็นธุระจัดหาและการค้ามนุษย์ ซึ่งถือเป็นความผิดฐานที่เรามีอยู่ ถ้ามีการส่งตัวกลับมา ก็จะโดนความผิดเหล่านี้ทั้งสิ้น ส่วนอัตราโทษจะสูงแค่ไหน ขอดูรายละเอียดอีกครั้ง

เมื่อถามว่ามีข้อมูลหรือไม่ว่าเด็กที่เป็นเหยื่อ ถูกกระทำถึง 60 ครั้งต่อเดือน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ในการสอบสวนของกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ก็ต้องสอบในเรื่องความผิดที่เกี่ยวข้องกับแม่เด็ก ซึ่งความผิดที่เกิดขึ้น ต้องรับข้อมูลมาจากญี่ปุ่นก่อน ส่วนรายละเอียดของญี่ปุ่น เป็นรายละเอียดที่ประเทศเขาไม่เปิดเผย ยังไม่ได้บอกถึงพฤติการณ์อะไรขนาดนั้น เพราะเป็นการสอบสวน เพียงแต่เราได้รับการประสานมาขอให้ข้อมูลเท่านั้น

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า พล.ต.อ.ธัชชัย ได้ประสานงานกับทั้งตำรวจญี่ปุ่นและตำรวจไต้หวันต่อเนื่อง และได้ลงพื้นที่ไปทั้ง 2 ประเทศมาแล้ว เบื้องต้นยังไม่พบสถานที่หรือร้านอื่นๆ ในญี่ปุ่นที่พบเด็กไทยเป็นเหยื่อในลักษณะดังกล่าว มีเพียงร้านเดียวเท่านั้น และขณะนี้เอง ญี่ปุ่นก็กำลังขยายผลอยู่ว่ามีคนไทยไปญี่ปุ่นแล้วถูกหลอกหรือเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ในลักษณะนี้เพิ่มเติมหรือไม่ ยืนยันว่าตำรวจไทยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้ง 2 ประเทศ แต่เรายังไม่ได้คุยกับแม่เด็ก หรือยังไม่ได้รับข้อมูลการสอบสวนใดๆ เพราะต้องรอให้ประเทศต้นทางดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อน