จากกรณี “แจ็กแปปโฮ” ยูทูบเบอร์ที่มีผู้ติดตามกว่า 8.6 ล้านคน อีกทั้งในเฟซบุ๊กมีผู้ติดตามมากกว่า 6.4 ล้านคน ได้โพสต์คลิป ขณะถอดเสื้อเต้นอยู่บนรถที่จอดอยู่หน้ามินิมาร์ท Lawson แลนด์มาร์คสำคัญของเมืองฟูจิคาวากุจิโกะ ซึ่งมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง จนส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์คนไทยทั้งประเทศนั้น
รวมวีรกรรมเด็ดของ “แจ็กแปปโฮ”
1.วีรกรรมล่าสุดที่ญี่ปุ่น
เหตุการณ์ที่จุดชนวนดราม่าล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 เมื่อ “แจ็กแปปโฮ” ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในประเทศญี่ปุ่นถึง 2 กรณีด้วยกัน
-เต้นบนหลังคารถใกล้ภูเขาไฟฟูจิ
เขาถอดเสื้อและปีนขึ้นไปเต้นบนหลังคารถตู้ที่จอดอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ Lawson สาขาเมืองฟูจิคาวากุจิโกะ ซึ่งเป็นจุดถ่ายภาพภูเขาไฟฟูจิยอดนิยม พฤติกรรมนี้ถูกสื่อญี่ปุ่นนำไปรายงานข่าวและใช้พาดหัวที่รุนแรงว่า “タイの恥” (ความอับอายของประเทศไทย)
-โผล่ศีรษะจากซันรูฟบนทางด่วน
ก่อนหน้านี้มีการโพสต์คลิปที่เขาและบุตรชายโผล่ศีรษะออกมาจากช่องซันรูฟขณะขับรถบนทางด่วน ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าเป็นการกระทำที่อันตรายและผิดกฎหมายของญี่ปุ่นอย่างชัดเจน


2.ยืนบนโต๊ะร้านโอมากาเสะ
คลิปกระโดดขึ้นไปยืนบนบาร์ไม้สำหรับเสิร์ฟอาหารในร้านโอมากาเสะย่านพัฒนาการ ถูกโจมตีอย่างหนักเรื่องมารยาทและสุขอนามัย จนผู้บริหารร้านต้อง “ปิดร้านเพื่อเปลี่ยนโต๊ะบาร์ไม้ใหม่ทั้งหมด”

3.ปะทะกับ “เมลาย รัชดา”
มีคลิปเหตุการณ์ปะทะฝีปากและใช้กำลังกับ “เมลาย รัชดา” แห่งแก๊งน้ำไม่อาบ ในที่สาธารณะ

4.แกล้งคนด้วยประทัดปลอม
ทำคลิปแกล้งคนโดยใช้ประทัดลูกบอลปลอมในที่สาธารณะ จนถูกเจ้าหน้าที่เปรียบเทียบปรับในข้อหาทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญ

5.ถีบอินฟลูฯ ตกน้ำ
ชวน “แบงค์ เลสเตอร์” มาทำคอนเทนต์ร่วมกัน โดยในคลิปดังกล่าว“แบงค์ เลสเตอร์”นั่งหันหน้ามองไปข้างหน้า โดยมี แจ็ก แปปโฮ ได้ยืนอยู่ข้างหลัง ทำท่าทางจะถีบไปที่บริเวณหลังของแบงค์ ก่อนที่ท้ายคลิปจะถีบจริงๆ

6.แกล้งคนจับใบดำใบแดง
ปี 2564 “แจ็ก แปปโฮ” ได้เผยคลิปในช่องยูทูบ ขณะเป่าแตรวงในระหว่างที่ทหารเกณฑ์กำลังเข้าสู่กระบวนการจับใบดำใบแดง แถมยังทำสีหน้าเยาะเย้ย จนถูกชาวโซเชียลตั้งคำถามเหมาะสมหรือไม่

เหตุใด “ดราม่า” จึงยังคงเป็นสูตรสำเร็จ?
ปรากฏการณ์ “แจ็กแปปโฮ” สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่ยอดวิวและความสนใจอาจมีความสำคัญเหนือจิตสำนึกสาธารณะ โดยเฉพาะคอนเทนต์ที่ละเมิดมารยาทหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมมักถูกพูดถึงอย่างรวดเร็ว ทำให้คลิปติดเทรนด์ และสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) ทั้งในแง่บวกและลบ สิ่งนี้ช่วยผลักดันให้ช่องเติบโตอย่างก้าวกระโดด เห็นได้จากจำนวนผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้นจาก 3.75 ล้านคนในช่วงดราม่าโอมากาเสะ มาเป็น 8.59 ล้านคนในปัจจุบัน

การที่อินฟลูเอนเซอร์ยังคงมีรายได้และฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง แม้จะสร้างประเด็นฉาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้สังคมต้องตั้งคำถามว่า กลไกการลงโทษทางสังคม มีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่? หรือสังคมไทยกำลัง “เสพติดดราม่า” และ “ให้ค่าความเกรียน” มากกว่าความรับผิดชอบต่อส่วนรวม?..



