เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาววัย 44 ปี อดีตนักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดัง ได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิฯ นางชฎาภรณ์ พงศ์ทอง นายชาญชัย ฉายบุ ที่ปรึกษามูลนิธิ เพื่อขอให้ช่วยเหลือติดตามเงินที่ถูกน้องชายแท้ๆ ของนางเอกสาวชื่อดัง เจ้าของรางวัลตุ๊กตาทอง หลอกเงินไปกว่า 600,000 บาท

อดีตนักร้องสาว เล่าทั้งน้ำตาว่า สมัยที่ตนโด่งดังมีชื่อเสียง รุ่นเดียวกับ “ฮาย” อาภาพร ปลายปี 63 ตนได้รู้จักกับดาราสาวเจ้าของรางวัลตุ๊กตาทอง ซึ่งมาถามตนว่ามีแฟนหรือยัง ก็บอกไปว่ายังไม่มี ก่อนจะแนะนำน้องชายให้ ตนจึงคบหาพูดคุยกันจนกระทั่งมีความสัมพันธ์ ตลอดเวลาน้องชายของดาราสาว ได้เอ่ยปากขอยืมเงินตน เพื่อไปลงทุนทำกิจการคาร์แคร์ ตนต้องไปกู้หนี้ยืมสิน (หนี้นอกระบบร้อยละ 10) เพื่อให้มาลงทุน ก่อนที่มาระยะหลัง น้องชายดาราสาวทำตัวเหินห่าง แล้วบอกเลิกกับตน ตนพยายามทวงเงินที่ยืมไป แต่ก็ใช้มาเพียงแค่ครึ่งเดียว ส่วนที่เหลือตนต้องติดหนี้นอกระบบ เจอทั้งต้นทั้งดอกร้อยละ 10 ทำให้ชีวิตต้องตกระกำลำบากหาเงินไม่พอใช้หนี้

ตนพยายามติดต่อทวงถามผ่านไปทางนางเอกสาว ก็บอกให้ไปคุยกันเองไม่รับรู้ เมื่อตนกลับไปทวงถามน้องชายดาราสาว ก็ถูกไล่ให้ไปฆ่าตัวตาย ด่าทอต่างๆ นานา ว่ามีเชือกผูกคอ มีปืนยิงตัวตายไหม ถ้าไม่มีเดี๋ยวจะเอาไปให้ ทำให้ทุกวันนี้ตนต้องลำบาก อาศัยเพื่อน ติดรถเพื่อนไปขายเสื้อผ้าตามตลาดนัด อยากให้ทนายรณณรงค์ช่วยติดตามหนี้สินที่ยังค้างนำคืนกลับมาให้ตนด้วย

ด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า เท่าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ จากนาเดียร์ พบว่า มีการหยิบยืมเงินโอนบัญชีรวมทั้งข้อความแชตพูดคุย ซึ่งสามารถดำเนินการเอาผิดกับน้องชายของอดีตนางเอกสาวรายนี้ได้ ทางมูลนิธิจะหาทางช่วยเหลือในด้านกฎหมาย และฝากถึงหญิงสาวทุกคนว่า การจะรักจะหลงจะชอบใคร อย่าไปหลงเชื่อในคำพูด แล้วลงทุนให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด โดยที่ยังมิได้ศึกษาใจกันให้ดีเสียก่อน.