เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ฝ่ายกัมพูชายังใช้สงครามข้อมูลข่าวสาร โดยการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและบิดเบือนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การกล่าวหาว่าทหารไทยเตรียมการโจมตีพื้นที่ธมอดาและโอพลุกด็อมเร็ย จ.โพธิสัตย์ เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งกองทัพเรือของไทยยืนยันแล้วว่าข้อกล่าวหานั้น ไม่เป็นความจริง ขณะเดียวกัน กัมพูชายังกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ไทยทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดสตรีผู้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายที่ จ.จันทบุรี ซึ่งไทยขอประณามการกล่าวหาดังกล่าวของกัมพูชา เพราะจากการตรวจสอบจากทุกหน่วยงาน ยืนยันว่าไม่พบเหตุดังกล่าว และไม่มีทหารหน่วยงานใดกระทำดังตามที่กล่าวอ้าง ยืนยันว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ไทยเป็นไปตามกฎหมาย
นายนิกรเดช กล่าวอีกว่า ฝ่ายไทยขอย้ำว่าในการดูแลผู้หลบหนีเข้าเมือง จะมีสักขีพยานดูแลตลอด รวมถึงไทยเคารพและยึดมั่นตามกฎหมายสากลและสิทธิมนุษยชน ดังนั้นไทยจึงไม่ให้ค่าในข้อกล่าวหาดังกล่าวที่มีเจตนาร้ายและไม่มีมูล ทั้งนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบันที่สงครามข่าวสารปะทุขึ้นอีกครั้ง ตนจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการบริโภคข่าวสารอย่างระมัดระวัง และตรวจสอบข้อมูลได้จากแหล่งข่าวทางการ ขณะเดียวกันขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างถี่ถ้วนก่อนมีการเสนอรายงานข่าว เพื่อหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข่าวปลอมและสร้างความเข้าใจและสร้างความเสียหายโดยไม่ได้ตั้งใจ
นายนิกรเดช ยังกล่าวถึง การประสานงานระหว่างรัฐบาลไทยกับสหรัฐอเมริกา ภายหลังการหารือระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือ 1 ฉบับ ถึงประธานาธิบดีสหรัฐ เพื่อย้ำถึงกรณีที่กัมพูชาละเมิดถ้อยแถลงร่วม โดยขอให้กัมพูชาไม่ขัดขวางการปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของไทย และแสดงความจริงใจที่จะปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม และกลับสู่เส้นทางสันติภาพร่วมกับไทย สำหรับท่าทีของไทยกับการเจรจาการค้ากับสหรัฐ ยังคงเหมือนเดิม เพราะเป็นการแยกประเด็นความมั่นคงออกจากเรื่องการค้า และหากสหรัฐจะมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในเรื่องนี้ ก็ขอให้สหรัฐกดดันกัมพูชาให้ปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัดด้วย จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่าหน่วยงานไทยทุกหน่วยงานจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องไทยทุกมิติ และไทยกับสหรัฐจะเดินหน้าเจรจาการค้าตามปกติ ซึ่งขณะนี้กำลังรอฝ่ายสหรัฐตอบกลับมาอย่างเป็นทางการ



