เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่รัฐสภา ภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ที่ได้เชิญ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เข้าให้ข้อมูล เกี่ยวกับกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สแกมเมอร์ และเว็บพนัน โดยใช้เวลาประชุมราว 2 ชั่วโมง

พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้ ได้รับข้อมูลที่ดีทั้งเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ รวมถึงกระแสข่าวที่กล่าวหาว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นองค์กรอาชญากรรม กรรมาธิการฯ ได้รับแนวทางที่ดีว่าใครเกี่ยวข้องอย่างไร และเป็นหน้าที่ของวุฒิสภาในการส่งข้อมูลเหล่านี้ไปยังผู้บริหารประเทศต่อไป

ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้บรรยากาศไม่เหมือนกับคราวที่ไปชี้แจงคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธานกรรมาธิการฯ เพราะวันนี้เป็นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและบ้านเมือง เพื่อนำไปสู่ผู้บริหารประเทศให้ได้แก้ปัญหา ต่อไปเป็นขั้นตอนที่ประธานกรรมาธิการฯ จะนำไปสรุปรายละเอียด และสรุปต่อไป ส่วนกรณีองค์กรอาชญากรรม ได้นำเสนอไปตั้งแต่ต้นแล้ว เหตุที่พูดเพราะในฐานะคนกลุ่มน้อยที่ต้องการให้องค์กรแก้ไข เราจะไม่ยอมให้คน 200-300 คน มาทำให้คน 2 แสนกว่าคนเสียหาย และบอกไปแล้วว่า สตช. ต้องไปแก้ให้ตรงจุด ทำให้โปร่งใสในทุกคดี ทั้งคดีเว็บพนัน และคดีของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวย้ำว่า กรณีเหล่านี้เป็นเรื่องที่สังคมติดตามว่าเหตุใด ทั้งสแกมเมอร์ และเว็บพนัน รวมถึงบัญชีม้ายังมีอยู่ เหตุใดจึงยึดทรัพย์นายชนนพัฒฐ์ได้เพียง 31 ล้านบาท เป็นต้น เหล่านี้เป็นเรื่องที่ สตช. ต้องบูรณาการทุกส่วน และทำความจริงให้ปรากฏและโปร่งใส.