เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากทีมสัตวแพทย์ประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เกี่ยวกับอาการของ “ข้าวต้ม” ลูกช้างป่าเพศเมีย ซึ่งอยู่ระหว่างการดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. โดยมีรายละเอียดดังนี้ ลูกช้าง “ข้าวต้ม” ยังกินนมและน้ำข้าวต้มได้ แต่ปริมาณน้อยกว่าระดับที่ควรได้รับตามที่สัตวแพทย์กำหนด โดยพบว่า ปัสสาวะปกติ แต่อุจจาระยังคงเหลวและมีเนื้อครีมเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ไม่พบเยื่อเมือกลำไส้หลุดออกมา ไม่พบอาการน้ำตาลในเลือดต่ำในทุกช่วงเวลาที่มีการตรวจติดตาม ทีมสัตวแพทย์ได้ให้การรักษาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน รวมถึงการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและพยุงระดับน้ำตาลในเลือด, การให้ยาปฏิชีวนะ, ยารักษาแผลในระบบทางเดินอาหาร, ยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน, วิตามินเสริมร่างกาย และยาบำรุงตับ มีการทำแผลและดูแลแผลกดทับบริเวณผิวหนังอย่างต่อเนื่อง ด้วยการทำความสะอาด พ่นยา และทายารักษาแผล

สำหรับอาการภาพรวม ทีมสัตวแพทย์ระบุว่า ยังต้องประเมินอาการของลูกช้าง แบบวันต่อวัน โดยมีทีมสัตวแพทย์ สัตวบาล และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาระบบทางเดินอาหารที่ยังพบความผิดปกติ และปริมาณการกินนมที่ยังน้อยกว่ามาตรฐาน ซึ่งจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยมี สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก น.สพ.อนุรักษ์ สกุลพงษ์ นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ดูแลอย่างใกล้ชิด



