จากกรณีที่เพจ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น Part 7” เผยแพร่คลิปและข้อความร้องเรียนถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านในโครงการหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หลังพบหญิงรายหนึ่งมีพฤติกรรมสร้างความหวาดระแวงให้กับคนในพื้นที่ โดยอ้างว่าหญิงคนดังกล่าวถืออาวุธมีดแทบทุกวันตลอดกว่า 2 ปี ทำให้ลูกบ้านหลายรายกังวลเรื่องความปลอดภัยของครอบครัว โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ใกล้กับบ้านของผู้ก่อเหตุ แม้จะมีการแจ้งนิติบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง แต่ปัญหาก็ยังคงเกิดขึ้นซ้ำซากจนชาวบ้านเกิดความเอือมระอา

จากคลิปกล้องหน้ารถลงวันที่ 15 พ.ย. 68 เวลา 20.56 น. ปรากฏภาพหญิงรายนี้นั่งบนรถจักรยานยนต์ สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ใส่เสื้อแขนยาว และถือมีดอีโต้แกว่งไปมา ก่อนลงจากรถแล้วเดินวนภายในซอยหมู่บ้าน สร้างความแตกตื่นให้กับผู้ที่พบเห็น

ชาวบ้านหวาดระแวง! หญิงคลุ้มคลั่งถือมีดแกว่งในหมู่บ้าน 2 ปี นิติไม่จัดการ

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.บางบัวทอง เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงเมื่อวันที่ 15 พ.ย. เวลาประมาณ 21.00 น. โดยหญิงรายนี้มีอาการคล้ายเครียด ขับรถจักรยานยนต์ออกมาพร้อมมีดทำครัว และยืนพูดคนเดียวเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ จากนั้นก็กลับเข้าบ้าน โดยไม่ได้ทำร้ายหรือก่อเหตุใด ๆ ทั้งสิ้น และในคืนนั้นไม่มีการแจ้งเจ้าหน้าที่สายตรวจเข้าตรวจสอบ

กระทั่งรุ่งเช้า ผู้จัดการนิติบุคคลของหมู่บ้านได้เดินทางมาลงบันทึกประจำวัน จึงได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อพูดคุยและเก็บข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งขณะนี้ตำรวจมีข้อมูลทั้งชื่อ-สกุล และบ้านเลขที่ของหญิงรายนี้ครบถ้วนแล้ว พร้อมยืนยันว่าหลังเหตุการณ์คืนดังกล่าว ยังไม่มีการเกิดเหตุซ้ำอีก

ผกก.สภ.บางบัวทอง ระบุเพิ่มเติมว่า ตำรวจมีแผนปฏิบัติรองรับกรณีบุคคลวิกลจริตอยู่แล้ว หากมีเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก ขอให้ลูกบ้านแจ้งสายตรวจทันทีเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดูแลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ส่วนกรณีการนำตัวส่งโรงพยาบาลศรีธัญญา หากไม่มีญาติมายืนยัน โรงพยาบาลจะไม่สามารถรับตัวได้ ยกเว้นกรณีที่ผู้ก่อเหตุคลุ้มคลั่งรุนแรงและถูกควบคุมตัวด้วยอุปกรณ์พันธนาการ ซึ่งแพทย์ต้องรับตัวไว้โดยอัตโนมัติ

ทั้งนี้ ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ยังไม่มีลูกบ้านรายใดเข้ามาแจ้งความอย่างเป็นทางการกับ สภ.บางบัวทอง โดยตำรวจย้ำว่าพร้อมดูแลความสงบเรียบร้อยของชุมชน และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับนิติบุคคลของหมู่บ้านแล้วเมื่อวันที่ 16–17 พ.ย. ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นเพิ่มเติม.