นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการผู้ว่า รฟท. เปิดเผยความคืบหน้าการจัดหาขบวนรถใหม่ว่า ได้เร่งรัดให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินโครงการจัดหารถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า (บทต.) หรือแคร่ขนสินค้า 946 คัน วงเงิน 2.45 พันล้านบาท ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่เดือน ส.ค. 2568 โดยให้เร่งดำเนินการตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ คาดว่าจะเปิดประมูลได้ภายในปี 2569 และวางเป้าหมายเริ่มประกอบรถโบกี้บรรทุกตู้สินค้าลอตแรก 154 คัน ภายในเดือน ก.ค. 2570 ทดลองวิ่งเดือน ต.ค. 2570 และให้บริการจริงในเดือน ม.ค. 2571

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนขบวนรถโดยสารทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ โครงการจัดหารถดีเซลรางปรับอากาศ บริการเชิงพาณิชย์ พร้อมอะไหล่ 184 คัน วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท, โครงการจัดหารถโดยสารทดแทนทดแทนขบวนรถด่วนพิเศษ และขบวนรถด่วน พร้อมอะไหล่ 182 คัน วงเงินกว่า 1.05 หมื่นล้านบาท และโครงการจัดหาหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า พร้อมอะไหล่ ขนาดกดเพลา 20 ตันต่อเพลา 113 คัน วงเงิน 2.3 หมื่นล้านบาท ก่อนหน้านี้ รฟท. เสนอกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติแล้ว แต่กระทรวงคมนาคมส่งเรื่องกลับมาให้ รฟท. และมอบให้หารือกับกรมการขนส่งทางราง (ขร.) อีกครั้ง ว่าจะมีแนวทางในการลดภาระการกู้เงินของ รฟท. เพื่อจัดหาขบวนรถใหม่อย่างไร

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ รฟท. อยู่ระหว่างเร่งจัดเตรียมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง คาดว่าภายในเดือน พ.ย. 2568 จะนำไปหารือกับ ขร. เพื่อให้ได้บทสรุปร่วมกัน อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเนื่องจากร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง เตรียมประกาศใช้แล้ว ขร. จึงมองว่าควรนำเรื่องการเปิดให้เอกชนร่วมเดินรถไฟ (Open Access) ตามนโยบายรัฐบาล มาดำเนินการ เพื่อให้มีผู้ให้บริการขนส่งทางรางรายใหม่เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพบริการ แต่ รฟท. แจ้งเหตุผลความจำเป็นไปว่า ขบวนรถที่ รฟท. จะจัดหา ไม่ได้มีจำนวนมาก รถเหล่านี้นำมาใช้ทดแทนรถเก่าที่หมดสภาพ ไม่ใช่การเพิ่มจำนวนขบวนรถ โดยจำนวนที่จัดหา พิจารณาจากตลาดเดิมที่ รฟท. ต้องคงบริการเอาไว้

นายอนันต์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ รฟท. ยังมองมิติอีกด้านหนึ่งว่า คงเป็นไปได้ยากที่จะให้เอกชนมาเดินรถ โดยเฉพาะขบวนที่ให้บริการเชิงสังคมทั่วประเทศ ปัจจุบันคิดอัตราค่าโดยสาร 20 สตางค์ต่อกิโลเมตร อาทิ กรุงเทพ-ฉะเชิงเทรา ค่าโดยสาร 13 บาท ซึ่งค่าโดยสารถูก จึงคาดว่าจะไม่มีเอกชนรายใดมาลงทุน อย่างไรก็ตาม รฟท. พยายามขออนุมัติจัดหารถมาทดแทนในส่วนที่ รฟท. ให้บริการอยู่ แต่ส่วนของรถใหม่ที่จะมาเพิ่มจำนวน ก็ต้องมาหารือร่วมกันว่าจะเปิดให้เอกชนร่วมเดินรถไฟได้หรือไม่ อย่างไร
นายอนันต์ กล่าวอีกว่า เรื่องการจัดหารถโดยสารทั้ง 3 กลุ่ม ได้ผ่านความเห็นชอบจากบอร์ด รฟท. นานแล้ว หากการคุยหารือกับ ขร. ได้ข้อสรุปแนวทาง ก็ต้องนำมารายงานบอร์ด รฟท. เพื่อขอทบทวน และปรับแก้ไขใหม่ คาดว่า รฟท. จะเริ่มกระบวนการจัดหาได้ภายในปี 2569 ใช้เวลาผลิตรถประมาณ 2 ปี อย่างเร็วที่สุดประมาณ 1 ปีครึ่ง ต้องใช้เวลาออกแบบ เนื่องจากตัวรถที่ใช้ เป็นรถที่ต้องใช้งานกับทางขนาดความกว้าง 1 เมตร ซึ่งบริษัทผู้ผลิตรถดังกล่าวไม่ได้มีจำนวนมาก คาดว่าปี 2571 รฟท. จะได้ขบวนรถโดยสารใหม่ออกมาให้บริการประชาชน เพื่อยกระดับการให้บริการ.



