กรมพลศึกษา โดยสำนักนันทนาการ ได้ดำเนินงานตามนโยบายด้านการส่งเสริมนันทนาการอย่างต่อเนื่องตลอดปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยความตระหนักว่า “นันทนาการ” เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ โดยมีการจัดทำแผนปฏิบัติงานด้านนันทนาการ ระยะที่ 4 (พ.ศ. 2566 – 2570) เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับคนไทยในทุกมิติและทุกช่วงวัย ให้เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 ซึ่งในปีนี้ สำนักนันทนาการได้ดำเนินงานส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมนันทนาการครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งเด็ก เยาวชน ประชาชน ผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ด้อยโอกาส ทุกเพศ ทุกวัยในสังคมอย่างต่อเนื่อง

ผลงานสำคัญในการส่งเสริมนันทนาการในเด็กและเยาวชนเริ่มต้นด้วยการจัด กิจกรรมการประกวดวงโยธวาทิตชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 17 – 19 มกราคม 2568 ณ สนามศุภชลาศัย และอาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร โดยกรมพลศึกษาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศสำหรับวงโยธวาทิตที่ชนะการประกวดในประเภทเดินแถวมาร์ชชิ่ง (Marching Band) และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ 2 ถ้วย สำหรับประเภทนั่งบรรเลง (Concert Band) รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 25 ปี นอกจากนี้ ยังมีการจัด การประกวดดนตรีพื้นบ้านวงโปงลางชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปี พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 8 – 10 สิงหาคม 2568 ณ โคราช ฮอลล์ จังหวัดนครราชสีมา โดยแบ่งการประกวดออกเป็น 4 รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี, 15 ปี, 18 ปี และ 25 ปี ที่สำคัญคือการดำเนิน การประกวดโรงเรียนต้นแบบวิถีนันทนาการ ประจำปี พ.ศ. 2568 เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้กิจกรรมนันทนาการเป็นส่วนหนึ่งของระบบการบริหารจัดการภายในสถานศึกษา โดยใช้แนวคิด “พื้นที่สร้างสรรค์ วิถีนันทนาการ สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ หรือ Recreation for All” เพื่อคัดเลือกโรงเรียนที่ดำเนินการส่งเสริมกิจกรรมนันทนาการได้อย่างเป็นรูปธรรมและเป็นแบบอย่างในการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้แก่ผู้เรียนและคนในท้องถิ่น

สำหรับการส่งเสริมนันทนาการในกลุ่มประชาชนและผู้สูงอายุ สำนักนันทนาการได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดในการดำเนินงาน “กิจกรรมส่งเสริมนันทนาการท้องถิ่นระดับอำเภอและจังหวัด” ภายใต้โครงการ ศูนย์นันทนาการเติมฝัน ปันสุข สู่ภูมิภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมนันทนาการท้องถิ่นระดับจังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร ด้วยการจัดการประกวดกิจกรรมนันทนาการ การเต้นรำ “ไลน์แดนซ์” (12 – 13 กรกฎาคม 2568) , จังหวัดเชียงใหม่ ในธีมงาน “นันทนาการเพื่อชีวิต ขยับนิดสุภาพดี” ซึ่งจัดร่วมกับงาน Lanna Expo 2025 (22 – 28 กรกฎาคม 2568) , และจังหวัดศรีสะเกษ ที่จัดกิจกรรมประกวด “การเต้นไลน์แดนซ์ (Line Dance)” ระดับจังหวัด (23 – 24 สิงหาคม 2568)

นอกจากนี้ ในด้านการส่งเสริมนันทนาการในผู้ด้อยโอกาส สำนักนันทนาการได้บูรณาการดำเนินงานร่วมกับศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จัด กิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการส่งเสริมนันทนาการ สร้างสรรค์ พัฒนาคุณภาพชีวิต เด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 26 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนสิรินธร โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนการตระหนักถึงคุณค่าของกิจกรรมนันทนาการและการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการปรับตัวในสังคมได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เนื้อหาของกิจกรรมนันทนาการเน้นการเล่น เรียน รู้ในบริบทผู้นันทนาการ นันทนาการสมานฉันท์สร้างความสามัคคี การทำงานเป็นทีม Walk Rally เกมกีฬาสร้างแรงบันดาลใจ และนันทนาการที่เสริมทักษะด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และจิตใจ

นอกจากนี้ สำนักนันทนาการได้รายงานผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานตามภารกิจหลักอย่างต่อเนื่องภายใต้แผนการปฏิบัติการด้านนันทนาการ ระยะที่ 4 (พ.ศ. 2566 – 2570) โดยเน้นการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทุกกลุ่มใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์จนเป็นวิถีชีวิต ส่งผลให้ประชากรไทยอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ร้อยละ 68.06 ประกอบกิจกรรมนันทนาการจนเป็นวิถีชีวิต และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งแบบปกติและออนไลน์รวมกว่า 18.95 ล้านคน/ครั้ง นอกจากนี้ยังได้พัฒนาบุคลากรด้านนันทนาการ 434 คน จัดตั้งศูนย์นันทนาการและขยายโรงเรียนต้นแบบวิถีนันทนาการรวม 52 แห่ง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการปฏิบัติ พัฒนาแอปพลิเคชัน “Play Rec Land” และสื่อดิจิทัลต่าง ๆ เพื่อการเข้าถึงองค์ความรู้ที่สะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงสนับสนุนกิจกรรมนันทนาการเพื่อมวลชน 11 หน่วยงาน ที่สำคัญคือการจัดกิจกรรมใหญ่ อาทิ การประกวดวงโยธวาทิตและการประกวดดนตรีพื้นบ้านวงโปงลางชิงถ้วยพระราชทานฯ ซึ่งได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เงินหมุนเวียนรวมกันกว่า 259.93 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ทั้งด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปพร้อมกัน กรมพลศึกษามุ่งมั่นที่จะสานต่อการส่งเสริมนันทนาการอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างสังคมไทยที่มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อและสนับสนุนต่อการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต อันเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ