เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 68 น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี สาวอาชีพรับจ้างทั่วไป ได้ร้องเรียนขอความช่วยเหลือจาก นายโชติอนันต์ เลิศฤทธิ์ภูวดล หรือ “เสี่ยเป้ บางกรวย” ผู้ก่อตั้งเพจ “เป้ บางกรวย – นนทบุรีไม่ทิ้งกัน” หลังจากกำลังเดินทางไปร้านสักได้ถูกคนขับรถยนต์รับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันชื่อดัง ล่วงละเมิดทางเพศ ระหว่างเดินทางจากหอพักบริเวณถนนจันทน์ 24 เพื่อไปยังร้านสักลายย่าน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

โดยผู้เสียหายเรียกรถผ่านแอปจากตำแหน่งหอพักให้ไปส่งยังร้านสัก ระยะทางประมาณ 23 กิโลเมตร ระหว่างนั่งรถ โชเฟอร์กลับพยายามหว่านล้อมหลอกชวนให้ไปโรงแรม เมื่อถึงจุดใกล้ปลายทางข้างร้านสักประมาณ 5 เมตร คนขับได้จอดรถก่อนปีนจากเบาะคนขับมาด้านหลัง ใช้มือสอดใต้กระโปรงและกางเกงขาสั้นล่วงละเมิดผู้เสียหาย มีการใช้เข็มขัดนิรภัยของผู้โดยสารพยายามรัดตัวเพื่อข่มขืน แต่ผู้เสียหายดิ้นหนีได้ทัน ก่อนวิ่งออกจากรถไปขอความช่วยเหลือจากร้านสัก ขณะที่ผู้ก่อเหตุขับรถยนต์หรู BYD Atto 3 สีเทา ทะเบียน 5ขภ4955 ไม่ทราบหมวดจังหวัด ขับหลบหนีไปทันที

ทั้งนี้ น.ส.เอ ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 68 เวลาประมาณ 13.00 น. ตนเรียกรถจากถนนจันทน์ 24 มาบางกรวย แต่สังเกตว่าคนขับจอดรถไม่ตรงตามหมุดที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรก พอขึ้นรถคนขับก็เริ่มพูดชวนคุยและชมเชยต่าง ๆ เช่น “…ชอบหนูนะ หนูน่ารัก หนูสวย หน้าตาเหมือนลูกครึ่ง…” พร้อมหลอกล่อชวนไปที่พักของตนเอง ทั้งที่ยอมรับว่ามีภรรยาอยู่แล้ว ผู้เสียหายปฏิเสธตลอด แต่เมื่อใกล้ถึงร้านสัก คนขับกลับจอดรถกลางทางแล้วพูดว่า “…ขอจอดตรงนี้ได้ไหม…” ผู้เสียหายจึงตอบตกลงระหว่างกำลังหยิบกระเป๋าสตางค์เพื่อจ่ายค่าโดยสาร คนขับกลับถามว่า “…ขอดูรอยสักได้ไหม…” ก่อนปีนข้ามมาจากเบาะหน้าไปยังเบาะหลังทันที

จากนั้นเอามือจับหน้าอก ล้วงใต้กระโปรงล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งยังใช้มือไปดึงเข็มขัดนิรภัยพยายามรัดตัวเพื่อข่มขืน ผู้เสียหายร้องไห้ดิ้นหนี คนขับจึงหยุดและพูดว่า “…แค่นี้เหรอ จะไปต่อโรงแรมกันไหม เดี๋ยวพี่พาไปจอดโรงแรมให้…” แต่ผู้เสียหายไม่เอาด้วยและรีบขอลงจากรถ ซึ่งรถรุ่นดังกล่าวเป็นรถไฟฟ้าที่ผู้โดยสารไม่สามารถปลดล็อกประตูเองได้ ต้องรอให้คนขับปลดล็อกจากปุ่มเซ็นทรัลล็อก ทำให้ผู้เสียหายหวาดกลัวอย่างหนัก เมื่อคนขับกดเปิดประตู ผู้เสียหายรีบวิ่งไปที่ร้านสักทันที คนขับจึงขับหนีออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว

ภายหลังเจ้าของร้านสักได้โทรฯ ติดต่อคนขับผ่านระบบโทรศัพท์ของแอปพลิเคชัน ซึ่งคนขับรับสายและพูดเพียงว่า “…ขอได้ไหม ขอได้ไหม…” ก่อนปฏิเสธทุกอย่าง อ้างว่าผู้เสียหายและเจ้าของร้าน “…ฟังความข้างเดียว…” ตนจึงตัดสินใจไปแจ้งความที่ สภ.บางกรวยทันที โดยในวันเดียวกันได้ถูกส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลบางกรวย ขณะรอตรวจร่างกาย ตำรวจโทรฯ แจ้งว่าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ได้แล้ว ขอให้ผู้เสียหายมาชี้ตัว แต่ตนยังอยู่ในขั้นตอนตรวจร่างกายและรู้สึกกลัวอยู่ยังไม่พร้อมเจอหน้า จึงขอให้ตำรวจถ่ายรูปไว้ก่อนและจะตามไปชี้ตัวภายหลัง พร้อมนำเสื้อผ้าในวันเกิดเหตุมามอบให้ตรวจ ซึ่งตำรวจแจ้งว่าผลตรวจร่างกายและเสื้อผ้าอาจใช้เวลาถึง 2–3 เดือน ทำให้ตอนนี้มีความกังวลเรื่องคดี และเกิดความหวาดระแวงอย่างหนัก ลบแอปออกจากโทรศัพท์ทันที และหันไปใช้แอปอื่นแทน จึงนำเรื่องมาร้องเรียนเพราะอยากให้ตำรวจเร่งดำเนินการตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ด้าน “เสี่ยเป้ บางกรวย” ระบุว่า จากข้อมูลที่ฟังมา ผลชันสูตรตรวจร่างกายไม่น่าจะใช้เวลานานถึง 2–3 เดือน ปกติไม่ควรเกิน 1 เดือน พร้อมยืนยันว่าจะติดตามคดีให้ถึงที่สุด และประสานกับร้อยเวรและผู้กำกับการเพื่อเร่งรัดสำนวน เพราะพฤติกรรมเช่นนี้ทำให้คนขับแอปดี ๆ เสียหายไปด้วย พร้อมกล่าวว่า คนพวกนี้ต้องเอาออกจากสังคม เราทำงานสุจริตกันอยู่ ไม่ควรมีคนแบบนี้มาทำให้วงการเสียหาย ยืนยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ขณะที่นายศุภณัฐ แท่งทอง หรือ “แน๊ค” อายุ 32 ปี เจ้าของร้าน Smooth Tattoo พลเมืองดีที่ช่วยเหลือผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 13.00 น. ผู้เสียหายได้เปิดประตูร้านวิ่งเข้ามาร้องไห้จนคิดว่าอาจทะเลาะกับแฟน ก่อนผู้เสียหายบอกว่าถูกโชเฟอร์พยายามข่มขืน ตนจึงเปิดประตูร้านไปดูแต่รถคันดังกล่าวขับหลบหนีไปแล้ว จากนั้นพยายามติดต่อคนขับผ่านแอป ซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธทุกอย่างและอ้างว่ากลัวถูกทำร้าย ตนจึงพาผู้เสียหายไปแจ้งความและไปตรวจร่างกายจนเสร็จในเวลา 19.00 น.

พฤติกรรมลักษณะนี้น่าประณามมาก และเป็นช่องโหว่สำคัญของบริการรถผ่านแอปที่อาจมีการสวมรอยบัญชีผู้อื่นมาขับจริง ทำให้ตรวจสอบประวัติ ที่อยู่ และข้อมูลส่วนตัวของผู้ขับไม่ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรมซ้ำได้ หากวันนั้นผู้เสียหายหนีไม่ทันอาจถึงขั้นอันตรายถึงชีวิต และทำให้ความเชื่อมั่นของผู้โดยสารต่อระบบแอปเรียกรถลดลงอย่างมาก