สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์ หลังพิสโตริอุสประกาศแผนการให้กองทัพเยอรมนีใช้งบประมาณ 35,000 ล้านยูโร (ราว 1.3 ล้านล้านบาท) ในการป้องกันประเทศทางอวกาศ โดยอ้างถึงภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากรัสเซีย และอาจรวมถึงจากจีน

“เราต้องพัฒนาและครอบครองขีดความสามารถด้านการป้องปราม และการป้องกันประเทศ” พิสโตริอุส กล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงเบอร์ลิน พร้อมกับเสริมว่า ทั้งรัสเซียและจีน “มีส่วนร่วมอย่างมาก” ในอวกาศ และกำลังวางตำแหน่งตัวเองเพื่อมีอิทธิพลต่อดาวเทียมดวงอื่น ๆ จากยุโรปและสหรัฐ

แม้พิสโตริอุสยอมรับว่า เยอรมนีเพียงลำพังไม่สามารถตามทันรัสเซียและจีนได้ แต่เขากล่าวว่า ประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ในยุโรป สามารถทำงานร่วมกัน เพื่อทำให้แน่ใจว่า ทุกฝ่ายยังสามารถดำเนินการ และป้องกันประเทศได้

ทั้งนี้ พิสโตริอุสให้คำมั่นว่า เยอรมนีจะไม่ใช้ “ยุทธศาสตร์เชิงรุกในอวกาศ” อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า ความสามารถในการโจมตีตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม ถือเป็นสิ่งจำเป็น

“เราจะไม่โจมตี หรืออนุญาตให้มีการโจมตีดาวเทียมของประเทศอื่น ทั้งในปัจจุบันและอนาคต อีกทั้งเยอรมนีตั้งเป้าที่จะใช้ประโยชน์จากอวกาศอย่างสันติ ยั่งยืน และยึดมั่นในกฎระเบียบ เพื่อป้องกันการแข่งขันด้านอาวุธ” พิสโตริอุส กล่าวเพิ่มเติม

ขณะที่ นางโดโรธี แบร์ รมว.อวกาศและการวิจัยของเยอรมนี ระบุว่า ยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอวกาศของประเทศ ยังรวมถึงโครงการป้องกันดาวเคราะห์น้อย และความพยายามแก้ไขปัญหาขยะอวกาศที่สำคัญ.

เครดิตภาพ : AFP