พระครูรัตนโสภณ เจ้าอาวาสวัดนายโรง กล่าวว่า วัดนายโรง มีนโยบายเน้นในเรื่องการพัฒนาบุคลากรภายในวัด รวมทั้งพัฒนาจิตใจ คุณภาพชีวิต ประชาชน โดยได้ลงนามความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย คือ มหาวิทยาลัยสยาม สำนักงานเขตบางกอกน้อย และสโมสรโรตารียานนาวา จัดโครงการ “สร้างอาชีพให้กับชุมชนเพื่อความยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพใหม่สู่ชุมชน ทั้งยังได้มีการจัดตั้งกุฏิชีวาภิบาล เพื่อคอยให้การดูแลรักษาพระสงฆ์ภายในวัดที่อาพาธติดเตียง ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2567 และนอกจากการดูแลพระสงฆ์ภายในวัดแล้ว วัดนายโรงยังมีการเปิด นายโรงคลินิกแพทย์แผนไทย เพื่อให้บริการประชาชนภายในชุมชนในการตรวจสุขภาพเบื้องต้น แช่เท้าด้วยสมุนไพร นวดเพื่อสุขภาพ นวดรักษา โดยทีมแพทยืแผนไทย โดยเริ่มเปิดมาตั้งแต่เดือน มี.ค. เป็นต้นมา ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. โดยหยุดวันจันทร์ และอังคาร

พระครูรัตนโสภณ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังได้มีการลงพื้นที่ไปพัฒนาตามชุมชนในพื้นที่ห่างไกลด้วย ซึ่งเมื่อช่วงปี 2566 ได้ไปพัฒนาพื้นที่บ้านหนองคู ต.พระแก้ว อ.สังขะ จ.สุรินทร์ จำนวน 16 ไร่ เป็นศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จ.สุรินทร์ เปิดให้ประชาชนได้เข้ามาศึกษาการทำเกษตรแบบผสมผสาน ตามทฤษฎีใหม่ พร้อมทั้งยังได้มีการสร้างอุทยานธรรม ถวายหลวงปู่รอด อดีตเจ้าอาวาสวัดนายโรง เกจิดังต้นตำรับเบี้ยแก้ ในพื้นที่ดังกล่าวด้วย