เมื่อวันที่ 20 พ.ย. พรรคเพื่อไทย นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะผู้บริหารพรรค ได้แก่ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรค, นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค, น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รองหัวหน้าพรรค, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ กรรมการบริหารพรรค, น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ สส.สุโขทัย และนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค ให้การต้อนรับนายปรีชา เมืองพรหม นายกสมาคมพัฒนาครูไทย พร้อมด้วยบุคคลากรด้านการศึกษา ร่วมหารือแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินครูครบวงจร พร้อมตั้งทีมประสานงานเดินหน้าศึกษาแนวทาง ยกร่างกฎหมาย รับฟังความเห็นเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตบุคลากรการศึกษา

โดยนายปรีชา ได้กล่าวถึงปัญหาหนี้สินครูในปัจจุบัน ว่า มีครูไทยกว่า 9 แสนคน มียอดหนี้สินมากกว่า 1.4 ล้านล้านบาท โดยสมาคมพัฒนาครูไทย ได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ ผ่าน “โมเดลร่วม 3 ฝ่าย” ได้แก่ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู สมาคมพัฒนาครูไทย และกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้กระทรวงศึกษาธิการ เป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จและยั่งยืน

นอกจากการแก้ไขปัญหาด้วยการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว สมาคมพัฒนาครูได้เคยทำโครงการนำร่องสร้างวิสาหกิจชุมชน เครือข่าย และอาชีพเพื่อให้ครูในชุมชนได้รวมตัวกันเพื่อสร้างอาชีพสร้างรายได้ โดยที่ผ่านมา เรามีการรวมเครือข่ายแล้วมากกว่า 8,000 กลุ่ม แต่เป็นที่น่าเสียดายเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล นโยบายก็เปลี่ยน จนทำให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินสะดุด สมาคมพัฒนาครูไทยจึงมาเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูให้พรรคเพื่อไทยได้สานต่อโครงการ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาหนี้สินครูไทยได้อย่างครบวงจร

ด้านนายจุลพันธ์ กล่าวภายหลังรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหาของสมาคมพัฒนาครูไทย ว่า จากการรับฟังปัญหาดังกล่าวแล้วจับหลักได้ว่าพื้นฐานสำคัญของการแก้ปัญหาหนี้สินครู คือ “การมีส่วนร่วมของครู” เป็นเรื่องสำคัญประการแรกในการแก้ไขปัญหา ซึ่งเราสามารถใช้แก้ไขเริ่มต้นสามารถใช้กระบวนการทางรัฐสภา ผลักดันกฎหมายสู่คณะกรรมาธิการสภา เพื่อพิจารณาปรับปรุงกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรมเป็นประการแรก 

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยได้เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สินทั้งระบบ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ซึ่งจำได้ว่าขณะนั้นได้มีการกำหนดหลักให้ผู้กู้ต้องเหลือเงินแต่ละเดือนไม่น้อยกว่า 30% รวมถึงการแก้ไขปัญหาหนี้สินในทุกกลุ่มทั้งระบบ ซึ่งการแก้หนี้สินครู ก็เป็นหนี้ประเภทหนึ่งที่เราจะต้องให้ความในใจแก้ไขอย่างจริงจัง

โดยนายจุลพันธ์ ได้มอบหมายให้ทีมนโยบาย นำโดย น.ส.ธีรรัตน์ และ นพ.เชิดชัย ผู้รับผิดชอบนโยบายด้านการศึกษาเพื่อเป็นตัวกลางประสานงานกับสมาคมครู เพื่อรวบรวมข้อมูลและรายละเอียดแนวทางแก้ไขปัญหาในเชิงลึก และเพื่อจัดวาระอภิปรายด้านการศึกษา เพื่อสะท้อนความเห็นและเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาของครูได้อย่างแท้จริง 

ส่วนประเด็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษา ร่างกฎหมายนี้มีปัญหามาตั้งแต่ในสมัยที่แล้ว ที่สำคัญเราต้องการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษานี้จากบุคลากรทางการศึกษาโดยตรงอย่างรอบด้าน เพราะในอนาคตหากเราเป็นรัฐบาล เราจะออกกฎหมายนี้ในฐานะรัฐบาล เพื่อแก้กฎหมายนี้ให้ไปในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสม และยั่งยืนและตอบโจทย์ครู บุคคลากรและผู้ปฏิบัติงานได้จริงได้ต่อไป 

นายเผ่าภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า หนี้ครูเป็น “ปัญหาใหญ่ระดับประเทศ” ซึ่งครอบคลุมขยายไปถึงกลุ่มคนที่สูงอายุและอาจมีปัญหาด้านความสามารถในการชำระหนี้ และเรามองครอบคลุมแก้ปัญหาไปถึงหนี้อื่น เช่น หนี้สหกรณ์ และหนี้อื่นๆ ซึ่งจำเป็นต้องลงลึกในรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป

ด้าน น.ส.ธีรรัตน์ ในฐานะผู้รับผิดชอบนโยบายด้านการศึกษากล่าวเสริมว่า ครูเป็นบุคลากรสำคัญด้านการศึกษา หากครูมีปัญหาย่อมส่งผลกระทบต่อนักเรียนเป็นด่านแรก เราเคยพยายามแก้ไขปัญหาหนี้สินครู แต่ก็มีอุปสรรคมาโดยตลอด ดังนั้นการหารือกับสมาคมพัฒนาครูในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มการหารือต่อเนื่องในแนวลึกเพื่อหาสาเหตุ ข้อความเห็น และแนวทางแก้ไขเพื่อนำมาปรับเป็นนโยบายของพรรคต่อไป