นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึงการปราบนอมินีว่า ขณะนี้ กรมอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานการกระทำความผิดของธุรกิจกลุ่มเสี่ยงที่มีลักษณะนอมินี ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าเอาผิดกับธุรกิจกลุ่มเสี่ยงที่มีลักษณะนอมินี รวมทั้งสิ้น 72 ราย แบ่งเป็น เตรียมส่งข้อมูล และพยานหลักฐาน ส่งให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ดำเนินการเอาผิด 11 ราย 

นอกจากนี้ กรมยังได้ตรวจสอบนิติบุคคลเป้าหมายกลุ่มเสี่ยง ซึ่งเป็นกลุ่มทุนต่างชาติขนาดใหญ่ในพื้นที่เสี่ยงสูง และเตรียมส่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อีก 61 ราย โดยกลุ่มแรก อยู่ในต่างจังหวัด 34 ราย ประกอบด้วย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเกี่ยวเนื่อง 10 ราย, โรงแรมรีสอร์ท/ที่พัก 7 ราย, บริการให้คำปรึกษา 5 ราย, ธุรกิจก่อสร้าง 3 ราย, ธุรกิจนำเที่ยว 1 ราย, ธุรกิจเหมืองแร่ 1 ราย, ธุรกิจร้านอาหาร 1 ราย และธุรกิจอื่นๆ 6 ราย 

ส่วนกลุ่ม 2 ในกรุงเทพฯ 27 ราย มีธุรกิจซื้อมาขายไป ขายปลีก ขายส่ง 11 ราย, ธุรกิจตัวแทนนายหน้านำเข้าส่งออก/ชิปปิ้ง 4 ราย, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเกี่ยวเนื่อง 3 ราย, ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ท 1 ราย, ธุรกิจคลังสินค้า 1 ราย และธุรกิจบริการ (ให้คำปรึกษา/จัดแสดงสินค้า/รับจัดการ) รวม 7 ราย นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มทุนต่างชาติขนาดใหญ่อีก 763 ราย ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบและคัดกรองข้อมูล แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ 448 ราย และต่างจังหวัด 15 ราย 

ขณะที่คณะทำงานเพื่อปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมายระดับจังหวัดทั่วประเทศ ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเป็นประธาน ล่าสุด ได้การตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง 6 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจท่องเที่ยวและที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ภัตตาคาร ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก 2.ธุรกิจค้าที่ดินอสังหาริมทรัพย์ 3.ธุรกิจ e-Commerce ขนส่ง และคลังสินค้า 4.ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท 5.ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร และ 6.ธุรกิจก่อสร้างทั่วไปนั้น แล้วเสร็จ 34 จังหวัดรวมนิติบุคคล 404 ราย