วันนี้ (20 พ.ย.) นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทล ประเทศไทย เปิดเผยว่า ขอติงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เรื่องการปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแวตจาก 7% เป็น 8.5% ในปี 71 และเป็น 10% ในปี 73 ซึ่งตนไม่คัดค้าน เพียงแต่ให้ทบทวนการปรับขึ้นในแต่ละภาคธุรกิจ ซึ่งอาจมีผลกระทบกับค่าครองชีพของประชาชนภายในประเทศเป็นวงกว้างและจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงได้ เช่น ภาคธุรกิจร้านอาหารและสินค้าบริโภคจำพวกอาหาร เป็นต้น

ทั้งนี้ ในหลายๆ ประเทศ เช่น ยุโรปหรือประเทศญี่ปุ่นก็ตาม รัฐบาลจะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราที่แตกต่างกันไป อย่างประเทศในยุโรปภาษีมูลค่าเพิ่มเฉลี่ยอยู่ที่ 20% แต่สำหรับร้านอาหารและอาหารจะอยู่ที่ 9-13% เพื่อไม่ให้กระทบการบริโภคของประชาชนและผู้ประกอบการ

ขณะที่ประเทศไทย ซึ่งร้านอาหารเอสเอ็มอีที่อยู่ในระบบ จะไม่ค่อยมีภาษีมูลค่าเพิ่มขาซื้อ เพราะวัตถุดิบสินค้าการเกษตรและของสด จะไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้นร้านอาหารจะไม่มีแวต นำไปหักลบกับแวตขายได้เลย จึงทำให้ทุกวันนี้สภาวะการแบกต้นทุน ภาษีมูลค่าเพิ่มของธุรกิจร้านอาหารสูงมากอยู่แล้ว ซึ่งยังไม่รวมภาษีต่างๆ อื่นๆ ในแต่ละปีอีก รวมถึงภาคการท่องเที่ยว เช่น โรงแรมที่พักในหลายๆ ประเทศ ก็จะแยกอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยเช่นกัน เพราะเป็นการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวของประเทศ

สำหรับข้อเสนอ หากจะปรับภาษีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 8.5-10% ในอนาคต ควรจะยืนอัตราเดิม 7% ไว้กับภาคธุรกิจร้านอาหารและสินค้าอาหารรวมถึงธุรกิจภาคการท่องเที่ยว โรงแรมที่พักด้วย ไม่เช่นนั้นภาระภาษีที่ปรับขึ้นจะไปกระทบกับผู้บริโภคภายในประเทศและนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการที่พัก โรงแรม ร้านอาหารเป็นอย่างมาก สุดท้ายจะเกิดสภาวะเศรษฐกิจตึงเครียดตามมาและจะกระทบเป็นวงกว้างได้