เมื่อวันที่ 20 พ.ย. น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ความสำคัญของ คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 5865/2567 ที่นายไผ่ ลิกค์ เป็นจำเลยที่ 1 ไม่ใช่แค่เรื่องติดหนี้ 550,000 แล้วไม่คืน รวมถึงไม่ใส่ในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่น ป.ป.ช. ก็ยังไม่สำคัญที่สุด ถ้าทุกคนอ่านเนื้อหาจริงๆ เรื่องเงินมันเล็กน้อย ประเด็นที่ใหญ่กว่านั้นคือความเกี่ยวข้องกับ “บอย ยูนิตี้”

โจทก์ให้การว่าร่วมลงทุนทำธุรกิจนำเข้าและรับจำนำรถยนต์หรูกับ “บอย ยูนิตี้” โดยให้นายไผ่ ลิกค์ เป็นตัวแทน ซึ่งนายไผ่ ลิกค์ จะให้โอนเงินลงทุนเข้าบัญชีเงินฝากของอดีตแฟนสาว (ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องในการทำธุรกิจ)

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ต่อมา “บอย ยูนิตี้” ถูกดำเนินคดีฐานนำเข้ารถยนต์โดยผิดกฎหมาย ต้องใช้เงินประกันตัว 2 ล้านบาท “บอย ยูนิตี้” จึงมอบหมายให้นายไผ่ ลิกค์ ติดต่อขอเงินจากโจทก์ หลังจากนั้น นายไผ่ ลิกค์ ก็ได้โอนเงินคืนด้วยตัวเองบางส่วน แต่ยังเหลืออีก 550,000 บาท ดูเผินๆ ก็เป็นคดียืมเงินไม่คืน ทั่วไป

แต่ แต่ แต่ ทุกคนคะ ประเด็นคือ “บอย ยูนิตี้” ถูกศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษา 5 คดี สำแดงราคาเท็จนำเข้ารถหรูต่ำกว่าความจริง โดนโทษจำคุกรวม 30 ปี ปรับเงินกว่า 300 ล้าน ริบรถหรูของกลาง แล้ว นายไผ่ ลิกค์ มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร ทำธุรกิจร่วมกันหรือไม่? สนิทสนมกันในระดับไหน? บอย ยูนิตี้ถึงมอบหมายนายไผ่ ลิกค์ ติดต่อขอยืมเงินจากโจทก์ หาเงินมาประกันตัวบอย ถึงขนาดเกิดเป็นคดีความ?  ก่อนจะมาเป็น สส. เมื่อก่อน “ไผ่ วันพอยท์” เค้าทำมาหากินอะไรกันหนอ ถึงได้รวยอู้ฟู่ มีใครจำได้บ้าง เล่าให้ฟังหน่อยสิฮะ