“Italthai Portrait Prize 2025” การประกวดวาดภาพพอร์ตครั้งยิ่งใหญ่ระดับประเทศประจำปี พ.ศ.2568 สนับสนุนโดย กลุ่มบริษัทอิตัลไทย ร่วมกับ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อผลักดันและสนับสนุนวงการศิลปะในประเทศไทยให้เติบโตและก้าวหน้าไปอีกขั้นกับการครบรอบ 5 ปีของการก่อตั้ง โดยปีนี้ Italthai Portrait Prize 2025 เชิญชวนศิลปินจากทั่วประเทศร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านฝีแปรงธีม “LIFE: Growth, Dream, and Failure”

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกได้จัดพิธีประกาศรางวัลการแข่งขัน Italthai Portrait Prize 2025 โดยได้รับเกียรติจาก คุณวลัยทิพย์ พิริยะวรสกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารสินทรัพย์องค์กรและกำกับดูแลการปฏิบัติงาน
กลุ่มบริษัทอิตัลไทยเป็นผู้มอบรางวัล “Portrait Prize 2025” มูลค่า 500,000 บาทแก่ผู้ชนะ ซึ่งได้แก่ผลงาน “ปลายทาง” โดยศิลปิน กิตติคุณ กฤษณคุปต์
การประกวดวาดภาพครั้งนี้ยังมอบรางวัล “Packing Room Prize” มูลค่า 200,000 บาท โดยผลงานที่ได้รับรางวัล ได้แก่ “ความฝันที่ถูกทำลาย” โดยศิลปิน กัญชรส นาคสินธุ์ และรางวัล “Youth Prize” มูลค่า 100,000 บาท ผลงาน “รุ่งอรุณกับความฝันครั้งใหม่ของนายสังข์” โดยศิลปิน กันตา ณ ลำพูน คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ร่วมแสดงความยินดี และเข้าชมนิทรรศการภาพวาดผลงานผู้เข้ารอบสุดท้าย 65 ท่าน โดยนิทรรศการฯ เปิดให้ชมผลงานสร้างสรรค์จากการแข่งขัน โดยนิทรรศการฯจัดแสดงถึง 16 ธันวาคม 2568

สำหรับ “ปลายทาง” ภาพวาดสีน้ำมันบนผ้าใบ โดยศิลปิน กิตติคุณ กฤษณคุปต์ ผู้ชนะรางวัล Portrait Prize 2025 เล่าถึงผลงานว่า “คุณพ่อเป็นข้าราชการครูที่อุทิศทั้งแรงกายแรงใจให้กับการสอนและการเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกศิษย์และลูกๆมาตลอด กระทั่งเกษียณอายุราชการและได้กลับมาใช้ชีวิตที่บ้านสวน แม้จะอายุเข้าสู่ปีที่ 71 ราวกับต้นไม้ใหญ่ที่ค่อย ๆผลัดใบไปตามธรรมชาติ แต่คุณพ่อยังคงมีกำลังใจและมีความสุขกับการปลูกต้นไม้ในสวนเสมอ แม้บางครั้งจะกลับออกมาพร้อมรอยขีดข่วนจากการเข้าสวน แต่ก็เป็นรอยยิ้มแห่งความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่รัก แม้คุณพ่อจะมีลูกช้า แต่คุณพ่อก็เลี้ยงดู อบรมและส่งเสียตนเองกับพี่สาวจนเรียนจบมหาวิทยาลัย พร้อมบอกเสมอว่าภูมิใจในตัวลูกทั้ง 2 คนเสมอมา” ในวันนี้จึงอยากใช้โอกาสนี้วาดภาพของพ่อเป็นทั้งของขวัญและเป็นการบันทึกช่วงเวลาอันมีค่าระหว่างตัวผมและพ่อ
ศิลปินเล่าเพิ่มอีกว่า ในภาพศิลปินวาดภาพใบไม้ปลิวหล่นล่วง ชุดข้าราชการแขวนไว้ด้านหลังพนักเก้าอี้ ในมือของคุณพ่อถือรูปครอบครัวมีผมซึ่งเป็นน้องคนเล็กใส่ชุดรับปริญญา ในภาพบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นบันทึกที่มีคุณค่า

ขณะที่ภาพสีน้ำมันบนผ้าใบ “ความฝันที่ถูกทำลาย” โดยศิลปิน กัญชรส นาคสินธุ์ ผู้ชนะรางวัล Packing Room Prize เล่าแนวคิดผลงานที่สร้างสรรค์ว่า “การเติบโตคือสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้กับเด็กทุกคน เด็กคนนี้ก็เช่นกัน เขาเติบโตท่ามกลางความรัก ได้วิ่งเล่นกับเพื่อน ได้เรียนรู้โลกใบนี้ผ่านสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง ทุกเช้าตื่นขึ้นมาเจอครอบครัวที่อบอุ่นทุกคืนหลับด้วยความสบายใจ นั่นคือการเติบโตที่สมบูรณ์สำหรับหัวใจเล็ก ๆ ที่ยังไม่รู้จักคำว่าโศกนาฏกรรม จากความสุขเล็ก ๆ ก่อเกิดเป็น “ความฝัน”
เด็กทุกคนฝันอยากมีชีวิตที่ดี อยากประกอบอาชีพในฝัน อยากดูแลคนที่รักให้มีความสุข ความฝันของเขา ไม่ใช่การครอบครองโลก หากแต่เป็นเพียงชีวิตที่ได้เติบโตอย่างอิสระภายใต้ท้องฟ้าที่สงบ แต่โลกไม่ปลอดภัยเสมอไป สังคมและโลกภายนอกโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เศรษฐกิจที่ล้มเหลว ภัยพิบัติที่พรากบ้านเรือน และสงครามที่เผาผลาญทุกสิ่ง ทุกอย่างคือกำแพงที่ถล่มลงมาทับความฝันนั้นโดยไม่เลือกหน้า ไม่ว่าใคร จะยากจนหรือร่ำรวย ก็ไม่อาจหลบหนีชะตากรรมที่โหดร้าย ในสงคราม เด็ก ๆ เกิดความหวาดกลัว หิวโหย บางคนมีเพียงผ้าขาด ๆ มาห่มกายแทนเกราะป้องกัน

บางคนเอาชีวิตรอดด้วยเศษอาหารที่ใครสักคนโยนทิ้ง สิ่งที่เคยเป็นความสุขในวัยเยาว์ ถูกแทนที่ด้วยความสูญเสียการพลัดพราก เมื่อความจริงโหดร้ายเหล่านี้กัดกิน ความฝันก็เป็นเพียงภาพลางเลือน เด็กที่ครั้งหนึ่งเคยมีอนาคตสดใส ถูกดึงเข้าสู่ความมืดมิดของความสิ้นหวัง ความล้มเหลวไม่ได้มาจากการพยายามแล้วไม่สำเร็จ แต่เป็นความล้มเหลวที่สังคมและโลกภายนอกบังคับยัดเยียดให้ความล้มเหลวที่ไม่มีใครอยากได้ แต่ต้องยอมรับมัน สุดท้ายการเติบโตที่เคยงดงามถูกปนเปื้อนด้วยร่องรอยบาดแผลความฝันที่เคยบริสุทธิ์ถูกบดขยี้ด้วยแรงแห่งสงครามและความล้มเหลวก็ไม่ได้หมายถึงการพ่ายแพ้ของคนคนเดียว หากคือการพ่ายแพ้ของมนุษยชาติที่ปล่อยให้เด็กต้องเผชิญโลกที่พรากความฝันไปอย่างไร้ความปรานี” ทั้งนี้ศิลปินเล่าเพิ่มอีกว่า การวาดครั้งนี้มีความท้าทายจากหัวข้อ ตนเองสนใจผลงานที่สะท้อนสังคม เรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

ทางด้าน กันตา ณ ลำพูน ผู้ชนะรางวัล Youth Prizeโดยภาพผลงาน “รุ่งอรุณกับความฝันครั้งใหม่ของนายสังข์” เทคนิคอะคริลิกบนผ้าใบ โดยศิลปินเล่าว่า “นายสังข์เคยต้องโทษ เมื่อพ้นโทษกลับตัวกลับใจต้องการจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่เนื่องจากขาดทุนทรัพย์จึงเริ่มจากการเก็บผักบุ้งตามท้องร่องสวนมาขายในตลาดเช้า พร้อมกับความตั้งใจใหม่ที่จะประกอบอาชีพสุจริตเพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัว”
ศิลปินเล่าเพิ่มว่า ภาพที่สร้างสรรค์ครั้งนี้ค่อนข้างท้าทายตนเอง โดยเฉพาะขนาดภาพ แม้จะทำงานศิลปะแต่ก็ไม่ค่อยได้วาดภาพพอร์ตเทรตขนาดใหญ่อย่างนี้ สนุกมากกับการทำงานศิลปะ เก็บรายละเอียดต่างๆ อย่างเช่น ผักบุ้ง ซึ่งใบผักมีรายละเอียด มีความซับซ้อน เป็นอีกประสบการณ์ศิลปะที่ภาคภูมิใจ

นอกจากผลงานรางวัล ในนิทรรศการจัดแสดงผลงานของผู้เข้ารอบสุดท้าย 65 ท่าน พร้อมเชิญชวนให้ได้ใช้เวลาอ่านเรื่องราวของผู้เป็นแบบในขณะชมภาพวาดในนิทรรศการ และร่วมโหวตผลงานที่ชื่นชอบที่สุด เพื่อให้ศิลปินเจ้าของผลงานได้มีโอกาสเข้าชิงรางวัล “People’s Choice Prize” มูลค่า 100,000 บาท เพียงแสดงบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางที่หน้าห้องนิทรรศการก็สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการคัดเลือกครั้งนี้ได้







