เมื่อวันที่ 21 พ.ย. นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปัญหาการคอร์ชัปชันของไทย มีมาอย่างยาวนานฝักรากลึก อย่างปัญหาการปราบสแกมเมอร์ พนันออนไลน์ กลุ่มทุนเทาและการฟอกเงินที่ไทยล้มเหลว เพราะมีบิ๊กเนมชนชั้นนำในวงการเมือง และข้าราชการ เป็นยอดพีระมิดของการรับส่วยสินบนจากเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ การปราบปรามจึงทำได้เพียงไล่จับปลาซิวปลาสร้อยพอให้เห็นเป็นผลงาน

สำหรับภาคธุรกิจ และประชาชนที่ถูกเรียกรับใต้โต๊ะบ่อยๆ โดยพฤติกรรมส่วนใหญ่ที่ประชาชนร้องเรียนมา จะเป็นลักษณะดึงเรื่องการอนุมัติ การอนุญาตให้ช้า หรือขุดหลุมล่อ บอกให้ทำไปได้เลย ดูเอกสารแล้วไม่มีอะไร ดูเรื่องแล้วไม่มีอะไร พอทำไปจริง ผิดเยอะ คราวนี้เงินก็ลงไปแล้ว ผิดก็กลายเป็นผิดมาก ก็จะโดนตบทรัพย์ หรือถ้ามันไปไกลแล้ว พอลงมือทำไป กลายเป็นว่า ต้องจ่ายระยะยาว เช่น พวกโรงงาน พอทำไปแล้ว อาจจะไปถมตลิ่ง ก็จะมาเก็บส่วยทุกๆ เดือน

“นักธุรกิจจะรู้เรต ในวงการธุรกิจ เขาจะรู้เรตกันว่า เรตมันจะอยู่ประมาณนี้ แต่ละธุรกิจไม่เหมือนกัน 15-30% แต่ถ้ามีบางเรื่องที่ไม่เหมือนคนอื่น เจ้าหน้าที่จะเป็นคนบอกเองว่า อันนี้คุณต้องจ่ายเท่าไหร่ หรือมันมีบางเรื่องอย่างเช่น การจัดเก็บภาษีจัดเก็บรายได้ จะมีการบอกเลย เช่น ถ้าจ่ายเต็มคุณต้องจ่าย 1 ล้านบาท แต่ถ้าจะให้ช่วย คุณจะจ่าย 200,000 บาท แล้วให้ฉัน 200,000 บาท”

อย่างไรก็ตามทางแก้และป้องกันปัญหาที่ต้องเร่งทำ คือ กฎระเบียบขั้นตอนทางราชการ ต้องมีความชัดเจน ไม่มีขั้นตอนเยอะจนเกินไป จนทำไม่ได้ หรือทำแล้วยาก ต้องไปจ้างนายหน้า ต้องไปจ้างทนายความมาทำ ในระดับที่สูงไป ไม่ควรมีระเบียบที่ต้องใช้การตีความ เป้นการเปิดช่องให้เรียกรับผลประโยชน์ได้ รัฐต้องมาคิดใหม่ทบทวนใหม่ว่า รัฐต้องเข้าไปควบคุมหมดหรือไม่ เช่น บางเรื่องต้องมาขึ้นทะเบียน บางเรื่องเป็นเรื่องที่ต้องออกใบอนุญาต บางเรื่องก็มาเป็นเรื่องที่มาแจ้งให้ทราบ หรือบางเรื่องก็ไม่ต้องไปยุ่งกับชาวบ้าน ก็ปล่อยให้เขาทำมาหากินกันไป เพราะถ้าต้องออกใบอนุญาต จะเรื่องมาก แต่ถ้าเข้ามาแค่มาแจ้งเฉยๆ ชาวบ้านก็ไม่ต้องจ่ายเงิน

“ยกตัวอย่างกรณีโรงแรม ในอดีตที่ผ่านมาโรงแรม เขามองเป็นเรื่องของความมั่นคง ต้องไปจดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย ขึ้นจดทะเบียนมา แต่เพราะตอนนี้ขั้นตอนยุ่งมากเยอะมาก ตบทรัพย์กันหนักมาก แล้วก็เต็มด้วยกฎระเบียบหยุมหยิมไปหมด แนวร่น ทางเท้า ห้องน้ำ ดับเพลิงดับไฟ จะมาหมดเลย ระยะหลัง โรงแรมเป็นเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นการเกิดโรงแรมขนาดเล็กพวกโฮสเทล โฮมสเตย์ ถ้าตีความเป็นเรื่องของเศรษฐกิจเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยว การจดทะเบียน ก็ทำที่กระทรวงการท่องเที่ยว หรือไปทำที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คืออย่าง เพียงแค่ตีความ ว่ารัฐจำเป็นจะต้องเอา ต้องเข้มงวดแค่ไหน อันนี้มันก็จะเปลี่ยนได้ โอกาสหรือเงื่อนไขในการเรียกรับสินบนเนี่ย ก็จะพลิกไปเลยทันที ตอนนี้การขอนุญาตต่างๆ ในหลายๆธุรกิจ อะไรที่ไม่จำเป็นก็ให้ตัดออกให้หมด โดยเฉพาะของกระทรวงมหาดไทย จะค่อนข้างเยอะ ”

อีกตัวอย่าง รัฐบาลมีนโยบายมา 8-9 ปีแล้วว่า เวลาประชาชนไปติดต่อหน่วยงานราชการ ไม่เอาสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านไม่เอา หรือทะเบียนสมรส ที่เอกสารที่ราชการออกให้ แต่ในชีวิตจริง หน่วยงานส่วนใหญ่ที่เราไปติดต่อ เจ้าหน้าที่จะบอกว่า คุณไม่ยื่นสำเนาก็ได้ แต่ต้องรอคิว ต้องรอคิวช้ากว่าคนอื่น เพราะเจ้าหน้าที่ต้องไปค้นข้อมูลจากระบบ บางทีเจ้าหน้าที่บอกว่า ทราบมีมติ ครม. แต่เขาทำไม่ได้ เพราะยังมีกฎกระทรวงของเขาอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่ยื่น เขาก็รับไม่ได้ ตรงนี้อาจกลายเป็นใช้ดุลพินิจ อาจเป็นช่องให้เกิดสินบนได้ทั้งนั้น

แหล่งข่าวจากภาคเอกชน กล่าวว่า การให้สินบน หรือการจ่ายใต้โต๊ะ ส่วนใหญ่จะเกิดจากการเต็มใจจ่าย เพราะต้องการอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน ได้เร็วขึ้น กับอีกประเภทมีการทำผิดขั้นตอนเล็กน้อย จึงต้องจ่ายใต้โต๊ะ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ หรืออีกประเภทเป็นการเอื้อประโยชน์ล็อกสเปกให้ การจ่ายก็ขึ้นอยู่กับโครงการ บางโครงการก็ 15% บางโครงการสูงถึง 60% ก็มี ส่วนใหญ่จะจ่ายให้กับนักการเมือง หรือผู้ใกล้ชิดกับนักการเมือง โดยจะให้จ่ายเป็นเงินสด ห้ามโอน หรือซื้อของที่มีมูลค่าสูงให้ เพื่อไม่ให้รู้เส้นทางการเงิน

“ถามว่า เอกชนอยากจ่ายให้หรือไม่ ต้องบอกว่า ไม่มีใครอยากจ่ายให้อยู่แล้ว แต่บางเรื่องก็แลกกับเวลาที่เร็วขึ้น เพราะการลงทุนของเอกชน เวลาก็ถือเป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง เช่น การสร้างโรงงานผลิต ถ้ายิ่งช้า ก็เท่ากับการเสียโอกาสการสร้างรายได้จากการผลิต ทางแก้ที่ดีที่สุด ขั้นตอนต่างๆ ที่ไม่จำเป็น ก็ควรยกเลิกไป เอาเท่าที่จำเป็น เพื่อร่นระยะเวลาลงได้ ปัญหาการจ่ายใต้โต๊ะก็จะลดลง เพราะต้นทุนการจ่ายใต้โต๊ะ ส่วนใหญ่เอกชนก็จะไปรวมในต้นทุนการผลิตด้วย ซึ่งถือเป็นต้นทุนแฝง หลายที่ก็ไปคำนวณเป็นต้นทุนแฝง ไปตกกับผู้บริโภคอยู่ดี”