เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ในคดีหมายเลขดำ อ.2201/2568 ที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการของอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ โดยมีนายพิมล เจริญยิ่ง จำเลยที่ 3, นายธีระ วรรธนะทรัพย์ จำเลยที่ 5, นายสุพล อัครอารีสุข จำเลยที่ 6, นายชัยณรงค์ เสียงไพรพันธ์ จำเลยที่ 7, นายอภิชาติ รักษา จำเลยที่ 8, นายวิศาล จุลพัลลภ จำเลยที่ 23

จากจำเลยทั้งหมด 23 ราย ในความผิดฐาน เป็นผู้มีวิชาชีพในการออกแบบ ควบคุม ทำการก่อสร้าง อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการอันพึงกระทำการนั้นๆ โดยประการที่น่าจะให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา และสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 9, 10, 11, 12, 13, 14 และ 15 ในฐานความผิดร่วมกันปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 227, 238, 264 และ 268 และที่แก้ไขเพิ่มเติม, พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522, พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ตลอดจนกฎกระทรวงและระเบียบที่เกี่ยวข้องจากกรณีที่ตึก สตง.ถล่ม

โดยจำเลย 6 รายที่ยื่นปล่อยตัววันนี้ เป็นกลุ่มบริษัท ไมนฮาร์ท และบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นกลุ่มวิศวกรผู้ออกแบบอาคาร ยังไม่มีนายเปรมชัย

โดยศาลเปิดบัลลังก์ไต่สวนจำเลย 6 ปาก วันนี้รวมถึงเรียกอัยการโจทก์ โดย น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรืออัยการดาว และคณะเข้าคัดค้านการไต่สวน

เมื่อเริ่มไต่สวนอัยการโจทก์ยื่นคัดค้านการปล่อยชั่วคราว และยื่นคำร้องต่อศาล โดยให้เหตุว่า เนื่องจากยังไม่ปรากฏหลักฐานการเยียวยาค่าเสียหายแก่รัฐและประชาชน และเป็นคดีสะเทือนขวัญ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งกลุ่มจำเลยที่ขอปล่อยตัว เป็นกลุ่มวิศวกรทั้งหมด เป็นบุคคลในวงการวิศวกร ซึ่งรู้จักพยานสำคัญในคดี อาจไปยุ่งเหยิงกับพยานบุคคลที่เป็นพยานสำคัญได้ โจทก์ขอให้สืบพยานบุคคลดังกล่าวก่อนเพื่อให้เกิดความยุติธรรม และมองว่ายังไม่มีเหตุพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงการควบคุมตัว ขอให้ยกคำร้อง

ศาลพิเคราะห์ตามทางไต่สวนประกอบกับรายงานประเมินความเสี่ยงของศาลอาญา ซึ่งระบุว่า ความเสี่ยงจะหลบหนีหรือก่ออันตรายประการอื่นอยู่ในระดับความเสี่ยงต่ำ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าคดีนี้ มีการกระทำความผิดรวม 67 กรรม จำเลยที่ 3, 5-8 และจำเลยที่ 23 ถูกฟ้องว่าร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องข้อ 2.1 เพียงกรรมเดียว จำเลยที่ 3, 5-8 และจำเลยที่ 23 ประกอบอาชีพวิศวกรมีภูมิลำเนาที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี

อีกทั้งยังให้การปฏิเสธและถูกคุมขังโดยตลอดมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว และได้ความตามทางไต่สวนว่าจำเลยที่ 3, 5-8 และจำเลยที่ 23 ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องและมาพบพนักงานสอบสวนตามนัด พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานส่งสำนวนให้พนักงานอัยการโจทก์มีการนัดตรวจพยานหลักฐานมาบ้างแล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3, 5-8 และจำเลยที่ 23 เป็นผู้มีอิทธิพลที่สามารถไปขู่หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้ ดังนั้นแม้ศาลนี้ และศาลอุทธรณ์จะเคยมีคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว แต่เมื่อพฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ จึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 3, 5-8 และจำเลยที่ 23

ในระหว่างพิจารณา ตีราคาประกันคนละ 1.5 ล้านบาท ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล

สำหรับคดี อาคาร สตง. แห่งใหม่ ถล่ม หมายเลขดำ อ.2201/2568 ที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8  ฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการของอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ กับพวก 23 ราย ประกอบด้วย

บริษัท ฟอรัม อาร์คิเทค จำกัด จำเลยที่ 1, นายสุชาติ ชุติปภากร จำเลยที่ 2, นายพิมล เจริญยิ่ง จำเลยที่ 3, บริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด โดยนายธีระ วรรธนะทรัพย์ และนายเซ็น เยา ฮุย (CHEN YAO HUI) จำเลยที่ 4, นายธีระ วรรธนะทรัพย์ จำเลยที่ 5, นายสุพล อัครอารีสุข จำเลยที่ 6, นายชัยณรงค์ เสียงไพรพันธ์ จำเลยที่ 7, นายอภิชาติ รักษา จำเลยที่ 8, บริษัท พี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จำกัด โดยนายปฏิวัติ ศิริไทย จำเลยที่ 9, นายปฏิวัติ ศิริไทย จำเลยที่ 10, บริษัท เคพี คอนซัลแทนส์ แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด โดยนายกฤตภัฏ ปล่องกระโทก จำเลยที่ 11, นายกฤตภัฏ ปล่องกระโทก จำเลยที่ 12, บริษัท ว.และสหาย คอนซัลแตนตส์ จำกัด โดยนายพลเดช เทิดพิทักษ์วานิช และนางประณีต แสงอลังการ (ขณะเกิดเหตุ) จำเลยที่ 13, นายพลเดช เทิดพิทักษ์วานิช จำเลยที่ 14, นายสมชาย เย็นทรัพย์ จำเลยที่ 15, บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) โดยนายเปรมชัย กรรณสูต และนางนิจพร จรณะจิตต์ (ขณะเกิดเหตุ)  จำเลยที่  16, นายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 17, บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด โดยนายชวนหลิง จาง จำเลยที่ 18, นายชวนหลิง จาง จำเลยที่ 19, นายเกรียงศักดิ์ กอวัฒนา จำเลยที่ 20, นายอนุวัฒน คันษร จำเลยที่ 21, นายธิปัตย์ รัตนวงษา จำเลยที่ 22 และนายวิศาล จุลพัลลภ จำเลยที่ 23