จากการที่คณะทำงานซีโร่ คอร์รัปชั่น : กกร. และเพื่อนไม่ทน ออกมาเปิดเผยว่ามีบริษัทเอกชนกว่า 200,000 แห่งต้องจ่ายใต้โต๊ะให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้เงินไหลออกจากระบบเศรษฐกิจ เสียหายไม่ต่ำกว่าปีละ 500,000 ล้านบาท และเตรียมเดินหน้าแฉ 10 หน่วยงานรัฐรับสินบนสูงสุดที่ “เอกชน-ประชาชน” ต้องจ่าย ตามที่เดลินิวส์เสนอข่าวให้ทราบนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 23 พ.ย. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวถึง การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันและการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เรียกรับผลประโยชน์ว่า ที่ผ่านมาทาง บก.ปปป. ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานปราบทุจริตในภาครัฐ อาทิ ป.ป.ช., ป.ป.ท., ปปง. และ ตำรวจ บก.ปปป. หรือ ที่เรียกกันว่ากลุ่ม 4 ป. และรวมทั้ง สตง. มีการจับกุมผู้กระทำผิดทุจริตในมิติต่างๆ มากมาย และยกระดับขึ้นมาให้เป็นการทำงานเชิงรุกมากขึ้น มีล่อซื้อจับกุม อีกทั้งยังให้ความสำคัญในการประสานข้อมูลทำงานร่วมกันกับหน่วยงานอื่น ๆ
ในส่วนกรณีที่คณะทำงานซีโร่ คอร์รัปชั่น : กกร. และเพื่อนไม่ทน ออกมาระบุว่ามีบริษัทเอกชนกว่า 200,000 แห่งต้องจ่ายใต้โต๊ะให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมีข้อมูลว่ามี 10 หน่วยงานรัฐรับสินบนสูงสุดที่ “เอกชน-ปชช.” ต้องจ่าย ทั้งนี้หากมีข้อมูลเบาะแสหรือการกระทำความผิดเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐก็สามารถที่จะส่งมาให้ทาง บก.ปปป.และบช.ก. ร่วมตรวจสอบได้ ซึ่งทางเรายินดีที่จะร่วมตรวจสอบ และขอบคุณที่ภาคเอกชนทำหน้าที่ในการเป็นหูเป็นตา เพื่อต่อต้านทุจริตให้ลดน้อยลง
แม้ว่าการทุจริตจะไม่หมดไปจากสังคม แต่เราต้องป้องกันและปราบปรามให้คนเหล่านี้ลดน้อยลงไป ต้องทำให้เงินภาษีของประชาชนถูกนำไปใช้กับส่วนรวมให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานรัฐจะต้องทำหน้าที่ในการบริการพี่น้องประชาชนอย่างจริงจังโดยที่ไม่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง เชื่อว่าหากทุกฝ่ายช่วยกันหลังจากนี้จะดีขึ้น ใครที่ทุจริตเราจะรื้อมาตรวจสอบให้หมด ส่วนใครที่จะทำผิดก็ขอให้คิดให้เยอะ



