สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเบเล็ง ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ว่า ประเทศต่าง ๆ เกือบ 200 ประเทศ เห็นชอบกับข้อตกลงฉบับดังกล่าวโดยฉันทามติ ภายหลังการเจรจาที่ดำเนินมานาน 2 สัปดาห์ ซึ่งสหรัฐปฏิเสธเข้าร่วมการประชุมสุดยอดครั้งนี้

ประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำบราซิล ซึ่งเดิมพันทุนทางการเมืองไว้กับความสำเร็จของการประชุมคอป30 กล่าวว่า ข้อตกลงนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า โลกที่แตกแยกยังคงสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ในยามวิกฤติ

“ประชาคมระหว่างประเทศเผชิญกับทางเลือก ว่าจะเดินหน้าต่อไป หรือยอมแพ้ ซึ่งพวกเราเลือกทางเลือกแรก” ลูลา กล่าวในแอฟริกาใต้ ซึ่งเขาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 แห่ง หรือ “จี20” ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศหลังการประชุมคอป30 ปิดฉากลง กลับไม่เผยให้เห็นถึงความยินดีมากนัก เนื่องจากรัฐมนตรียุโรปหลายคนยอมรับว่า พวกเขาเห็นชอบกับข้อตกลงที่ผ่อนปรน เพื่อป้องกันไม่ให้กระบวนการเจรจาทั้งหมดล่มสลาย และการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศ ยังคงมีคุณค่ามหาศาล

ด้านพันธมิตรรัฐเกาะขนาดเล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศ 39 ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศมากที่สุด ระบุว่า ข้อตกลงฉบับนี้ยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ถือเป็น “ความก้าวหน้าที่จำเป็น” สำหรับองค์กรระดับโลกที่ดำเนินงานโดยฉันทามติ

แม้แนวคิดของโรดแม็พเกี่ยวกับการเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในเดือน เม.ย. ปีหน้า มีความคืบหน้า หลังได้รับการสนับสนุนจากลูลาตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่แผนงานดังกล่าวเผชิญกับการคัดค้านที่คาดการณ์ได้ จากยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันอย่างซาอุดีอาระเบีย ผู้ผลิตถ่านหินอย่างอินเดีย และประเทศอื่น ๆ.

เครดิตภาพ : AFP