เมื่อวันที่ 23 พ.ย. เวลา 10.30 น. พรรคภูมิใจไทยจัดประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2568 แกนนำพรรคทยอยเข้าพรรคอย่างพร้อมหน้า โดยมีกลุ่มบ้านใหญ่ และ สส. ที่จะมาร่วมกับภูมิใจไทยในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ นอกจากกลุ่มบ้านใหญ่สุพรรณบุรี ศิลปอาชา บ้านใหญ่ชลบุรี คุณปลื้ม แล้ว ยังมีให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกลุ่มการเมืองที่มาเปิดตัวว่า ยังมีนายชัยยะ อังกินันทน์ นายก อบจ.เพชรบุรี และนางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี เขต 1 และนายฤกษ์ อยู่ดี สส.เพชรบุรี เขต 2 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่จะมาร่วมงานในทางการเมืองกับภูมิใจไทย

“สส.กานต์” สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และ “สส.ข้าวฟ่าง” สรัสนันท์ อรรณนพพร สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ก็มาเปิดตัวร่วมงานกับภูมิใจไทยด้วย
“นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวว่า “วันนี้อะไรที่ชัดเจนก็ลงมาแจ้งให้กับประชาชนรับทราบ ไม่ต้องไปหลบๆ ซ่อนๆ เพื่อจะได้ลงพื้นที่ทำงานได้เลย ได้แจ้งกับประชาชนว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะทำงานในนามพรรคภูมิใจไทย กรณีนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) มาภูมิใจไทย ผมกับนายวราวุธเหมือนพี่น้องคลานตามกันมา นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ยังเคยพูดว่า ไปไหนก็ให้ดูแลน้องด้วย ตอนนี้ถือเป็นจังหวะที่ดี เราก็ได้มาคุยกันว่า แยกกันทำอาจเกิดประโยชน์กับประชาชนไม่เต็มที่”

เมื่อถามว่า ฝันต่อไปคือการได้กลับมาเป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ฝันต่อไปคือขอให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้มาก นั่นคือความฝันอันสูงสุด วันนี้ยังไม่ได้คุยเรื่องแคนดิเดตนายกฯ”
หลังการประชุม “สส.แนน” บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงว่า ในการประชุมพรรคร่วมรัฐบาล ต่อจากประชุมพรรค นายอนุทิน ชาญวีรกูล พูดในที่ประชุมว่า “มีข่าวมาหลายๆ แง่มุม จึงขอให้เตรียมตัวฟังสัญญาณในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ไม่ว่าจะจากตัวนายอนุทินเอง หรือจากสภา ว่าอาจมีอะไรหรือไม่
กรณี MOA กับพรรคประชาชน เรื่องจัดทำประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายอนุทิน จะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม ครม. วันที่ 25 พ.ย.นี้ ให้ ครม.อนุมัติการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และจะขอให้ประธานรัฐสภา เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ในวันที่ 10-11 ธ.ค.นี้”

อนึ่ง หากยุบสภา 12 ธ.ค. เท่ากับรัฐธรรมนูญยังไม่แล้วเสร็จ เพราะ 10-11 ธ.ค.พิจารณาได้วาระสอง แต่ต้องมีเวลาเว้นระยะก่อนพิจารณาวาระสาม ซึ่งหากยุบสภา ยังตั้งคำถามประชามติได้ 1 ข้อ ว่า จะให้ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่
ด้านการเตรียมความพร้อมเลือกตั้ง ภูมิใจไทยมีหมุดหมายอยู่ที่ภาคใต้และอีสานล่าง ภาคใต้นั้น “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ดูแล พรรคได้ตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. พัทลุง 3 เขต ประกอบด้วย เขต 1 “ผู้การจุน” น.อ.อธิคุณ คงมี เขต 2 “ปลัดเม่น” นายวรท เทอดวีระพงศ์ เขต 3 มุนินทร์ เขมพล อุ้ยตยะกุล โดยนายนริศ ขำนุรักษ์ อดีต รมช.มหาดไทย สส.พัทลุง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์หลายสมัย เป็นอีกแรงหนุนในพื้นที่ จ.พัทลุง และ “เจ๊เปี๊ยะ” นาที รัชกิจประการ จะเป็นแม่งานหลักในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพัทลุง

ส่วนการสรรหาผู้สมัคร สส. 14 จังหวัดภาคใต้ มีผู้สมัครลงตัวแล้ว 49 เขต คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือน พ.ย.นี้ หรืออย่างช้า วันที่ 10 ธ.ค. 2568 จะมีผู้สมัครครบทั้ง 59 เขต ตั้งเป้าหมายได้ สส. ไม่น้อยกว่า 30 เขต
ส่วนสีสันในพื้นที่อื่นๆ ผู้สื่อข่าวถาม “นายกช้าง” ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง ที่มาอยู่ภูมิใจไทย ว่าจะพา “เสี่ยตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ อดีต สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ จะย้ายตามมาพรรคภูมิใจไทยด้วยหรือไม่ นายปิยะ กล่าวว่า “ปัญหาครอบครัว พี่น้องอาจจะคุยกันยากหน่อย เจ้านายกับลูกน้องอาจจะคุยกันได้ เลยยกให้นายอนุทินเป็นคนไปคุย ก็ไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรเสียเรายังเป็นสายเลือดเดียวกัน”

“บ้านใหม่” ชลบุรี ของ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น กับ “บ้านใหญ่” กลุ่มตระกูลคุณปลื้ม ก็มีข่าวไม่ค่อยลงรอยกัน แม้ว่า เบื้องต้นจะมีข่าวคุยไปแล้ว โดยชลบุรีเขตทางใต้ กลุ่ม “บิ๊กแป๊ะ” สนธยา คุณปลื้ม ดูแล แต่ดูเหมือนยังมีปัญหาที่เขต 1 ซึ่งจัดกันไม่ลงตัวว่าจะเอาคนของใครลง แถมมีข่าวว่า นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย แสดงความประสงค์จะส่งคนของตัวเองลงสมัครเขต 8 และเขต 9 แต่นายสนธยา ไม่ยอม เนื่องจากต้องการดูแลรับผิดชอบด้วยตัวเอง

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรค แถลงข่าวอนาคตพรรคว่า พรรคเตรียมเสนอชื่อ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรค ให้หวนกลับมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกครั้ง เหตุผลที่คณะ สส. ต้องตัดสินใจไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย เพราะการเป็นพรรคขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เสียเปรียบและยากที่จะรวบรวมเสียงให้ได้จำนวน สส. ที่มากพอจะเป็นพลังหลักในการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขปัญหา อุดมการณ์ร่วมในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ ที่เราตรงกับภูมิใจไทย ส่วนการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ชทพ.จะส่งผู้สมัคร สส.หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่
ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.) จัดกิจกรรม “รีชาร์จประชาชน” เป็นวันที่ 2 ประกาศเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คนของพรรคประชาชน คือ “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ “สส.ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย พรรคประชาชน และ “รองต้น” วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์ พรรคประชาชน

ก่อนการเปิดตัว “หัวหน้าเอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า ขึ้นกล่าวในหัวข้อ “Orange Megaprojects การลงทุนครั้งใหญ่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย” ว่า เราเสนอขอใช้งบ 6.3 แสนล้านบาทใน 8 ปี ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคนไทย แบ่งเป็นการจัดการน้ำเสีย 6 หมื่นล้านบาท น้ำประปาดื่มได้ 7.5 หมื่นล้านบาท ขนส่งสาธารณะ 3.7 หมื่นล้านบาท การจัดการขยะ 1.83 แสนล้านบาท โรงเรียน 5 หมื่นล้านบาท โรงพยาบาล 3 หมื่นล้านบาท และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ 1.92 แสนล้านบาท
“หารด้วย 8 ปีแล้ว ออกมาปีละไม่ถึง 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งพอเป็นไปได้ที่จะลงทุนสิ่งต่างๆ เหล่านี้ หากพรรคได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาบริหารจัดการงบประมาณ งบจะไม่ถูกใช้อย่างสะเปะสะปะ แต่จะถูกใช้อย่างมีเป้าหมาย เหตุผลที่ต้องใช้ 8 ปี เพราะเรื่องเหล่านี้มันใหญ่ 4 ปีไม่จบ 8 ปี ตั้งเป้าแบบนี้ว่าจะมีบริการเหล่านี้ให้ทัดเทียมกับประเทศพัฒนาแล้ว”

“หัวหน้าเท้ง” เปิดนโยบายชุดแรกว่า “ถ้าผมเป็นนายกฯ จะเป็นนายกฯ อย่างไรในสไตล์วิศวะคอมพิวเตอร์ สร้างประเทศไทยไม่มีสีเทา ประเทศไทยที่เท่าเทียม เท่าทันโลก” และว่า ประเทศไทยต้องดูแลคนตั้งแต่เกิดจนเกษียณให้ได้ ต้องพูดกันเรื่องปฏิรูปอำนาจรัฐ ให้ท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหา และต้องแก้ปัญหาวัยเรียนหลุดออกนอกระบบการศึกษา ดูแลวัยแรงงานในมิติต่างๆ สร้างประเทศที่คนอยากมีลูก สร้างเครื่องมือทางดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการกอบกู้ความเชื่อมั่นของรัฐ ทำให้รัฐโปร่งใสมีประสิทธิภาพ และมีส่วนร่วมจากประชาชน นอกจากนั้นสิ่งสำคัญในประเทศไทยคือการปฏิรูปที่ดิน เพื่อสร้างโอกาสสร้างตัวเลือกให้กับเกษตรกร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ
“การจะทำให้สำเร็จได้ ต้อง 1. เอาจริง มีเจตจำนงทางการเมือง 2. เราต้องมีโฉมหน้ารัฐบาลที่มีความรู้ความสามารถ เหมาะกับตำแหน่งงาน ไม่ได้มาจากโควตาทางการเมือง 3. วางบทบาทของไทยในเวทีโลกได้ เช่น เรื่องของนโยบายทางการทูต การไม่ยึดข้าง แต่ยึดหลักการ เอาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นตัวตั้ง ทั้งนี้ กระแสข่าวแคนดิเดตรัฐมนตรีเป็นเฟคนิวส์ ขอให้รอให้มีการเปิดอย่างเป็นทางการก่อน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คนของพรรค คือ ผม น.ส.ศิริกัญญา และนายวีระยุทธ ขอประกาศคำมั่นสัญญาว่าตนจะดูแลทำให้ไทย ไม่เทา และจะกำจัดธุรกิจคอร์รัปชันให้หมดไป”
“ทีมข่าวการเมือง”



