เมื่อเวลา 16.25 น. วันที่ 23 พ.ย. ที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานหาดใหญ่ โดยมีนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา รอให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสถานการณ์น้ำ และปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา รวมถึงการอพยพคนจากโรงแรมต่างๆ 

จากนั้นนายอนุทิน เดินทักทายนักท่องเที่ยวที่สนามบิน โดยได้รับเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบแห้งจากนั่งท่องเที่ยวชาวเซอร์เบีย ก่อนเดินไปยังจุดแจกอาหารให้ผู้ที่ติดค้างอยู่ที่สนามบิน ก่อนขึ้นรถยกสูงของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เดินทางไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนเทศบาล 4 (วัดคลองเรียน) เพื่อให้กำลังใจผู้ประสบภัย โดยระหว่างเดินทาง นายอนุทิน ได้แวะปั๊มน้ำมันปตท.คลองหวะ เพื่อดูความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม รวมถึงได้มอบอาหารปรุงสุกพร้อมทานให้ผู้ประสบอุทกภัย

จากนั้น นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์กรณีถ้าฝนตกลงมาอีกสถานการณ์จะน่าเป็นห่วงหรือไม่ ว่า ถ้าไม่ตกก็กังวลจะตายอยู่แล้ว 

เมื่อถามว่า ที่ได้รับรายงานเบื้องต้นจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในตอนนี้ยังท่วมขังอยู่ เพราะมีฝนตกลงมาต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 22 พ.ย. แต่สิ่งที่เราเป็นห่วงคือเรื่องของการสนับสนุนต่างๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของอาหาร เพราะเมื่อวันที่ 22 พ.ย. เราเห็นได้ว่าเข้าสู่สภาวะขาดแคลนอาหาร เนื่องจากเส้นทางถูกตัดทั้งหมด วัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารไม่สามารถเข้ามาได้ แต่วันนี้ตลอดทั้งวันได้มีการแก้ไข ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และทำอาหารมาจากจังหวัดใกล้เคียง 

นายกฯ กล่าวว่า ที่สำคัญเราจัดตั้งศูนย์พักพิงและศูนย์อพยพ ซึ่งมีอยู่ 5 จุด โดยได้รับรายงานว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เตรียมรถจ่ายไฟประจำศูนย์พักพิงทุกจุดแล้ว

เมื่อถามว่า ส่วนปริมาณน้ำตอนนี้เป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า น้ำท่วมทุกพื้นที่เต็มหมดแล้ว ซึ่งบริเวณคลอง ร.1 ถือว่าเป็นพื้นที่หลักในการลำเลียงน้ำเพื่อไหลลงสู่ทะเล รวมทั้งยังมีน้ำที่ไหลลงมาจาก อ.สะเดา เมื่อคืนวันที่ 22 พ.ย. ซึ่งจะแตกต่างจากพื้นที่ภาคกลางที่น้ำไหลมาแล้ว ไม่มีทางออกทะเลต้องไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยา แต่พื้นที่ภาคใต้น้ำยังสามารถระบายได้อยู่ แต่ปริมาณน้ำที่เข้ามามากกว่าน้ำที่ระบายออก 

เมื่อถามว่า มีการคาดการณ์ว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า รายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุน่าจะลดลงมากกว่า 

เมื่อถามว่า ศูนย์พักพิง 5 จุดมีเพียงพอหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรามีศูนย์พักพิงทั้งหมด 5 จุด ซึ่งชาวบ้านก็มีทางเลือก บางคนก็ไปอยู่บ้านญาติใกล้เคียง ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องมาที่ศูนย์พักพิง ถ้าเขาเลือกได้เขาก็เลือกที่จะอยู่ในพื้นที่ของเขา ซึ่งเราก็จะเร่งจัดอุปกรณ์ดำรงชีพ และอาหารให้ครบทุกมื้อ

เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้มีการเตรียมเงินเยียวยาพร้อมแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าได้เตรียมเงินเยียวยาไว้แล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการสำรวจ ซึ่งเราก็จะอนุมัติเป็นวงเงินไว้ หรือเป็นหลักการเอาไว้เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ เพราะความเสียหายตอนนี้เข้าเกณฑ์ที่อยู่แล้วครอบครัวละ 9,000 บาท 

เมื่อถามว่า มีพื้นที่อื่นที่น่าเป็นห่วงนอกจากหาดใหญ่อีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า พื้นที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ หาดใหญ่ ซึ่งพื้นที่จังหวัดพัทลุงก็มีน้ำท่วม แต่ไม่หนักเท่ากับหาดใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ว และมีรัฐมนตรีหลายท่านที่กระจายลงไปพร้อมกับความช่วยเหลือต่างๆ ในพื้นที่แล้ว แต่ที่ตนลงพื้นที่หาดใหญ่เป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากพื้นที่นี้ได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีประชาชนติดอยู่ในบ้านเรือน และนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ในโรงแรม ที่ยังออกมาไม่ได้ เราต้องมาดูแลเพื่อให้เห็นว่าทุกอย่างคลี่คลายลงไปแล้ว รวมถึงประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางได้เนื่องจากไฟลต์บินถูกยกเลิกเพราะฝนตกหนัก แต่เท่าที่ตนสำรวจ และพูดคุยกับประชาชนเมื่อสักครู่ พบว่า 95% ได้ไฟลต์บินกลับแล้ว ซึ่งทางส่วนราชการก็จะจัดรถอำนวยความสะดวกให้ประชาชน

“ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออาหาร สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคืออาหารไม่มี เพราะถ้าน้ำท่วม ถ้าท้องหิวก็จะวุ่นวายเพิ่มเติม เราต้องจัดระเบียบความสำคัญทั้งหมด” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า เรื่องรายงานมีโจรเข้าไปขโมยทรัพย์สินช่วงที่ประชาชนไม่อยู่นั้น นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มี เพราะเมื่อเกิดสถานการณ์แบบนี้ทุกคนระดมกำลังเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชน และมีชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) กองอาสารักษาดินแดน (อสม.) เจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายกำลังลงไปในพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะเราจะขอให้ประชาชนออกมายังศูนย์พักพิง เราต้องทำให้เขามั่นใจก่อนว่า บ้านของเขาปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดอยู่ในแผนเผชิญเหตุของผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่แล้ว