สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ว่า กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการยุติการให้สถานะคุ้มครองชั่วคราว (ทีพีเอส) กับผู้อพยพจากเมียนมา
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อชาวเมียนมาประมาณ 4,000 คน ที่อาศัยอยู่ในสหรัฐภายใต้สถานะดังกล่าว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ช่วยให้ผู้ถือสถานะได้รับการคุ้มครองจากการเนรเทศและได้รับอนุญาตให้ทำงานได้
Under the direction of @Sec_Noem, @DHSgov is terminating the designation of Burma (Myanmar) for Temporary Protected Status (TPS). To learn more, visit: https://t.co/jElulx5VjA
— USCIS (@USCIS) November 24, 2025
Aliens are encouraged to use the @CBP Home app to report their departure from the U.S.:… pic.twitter.com/PAewitU92D
อนึ่ง ทีพีเอส เป็นสถานะทางกฎหมายซึ่งรัฐบาลสหรัฐมอบให้กับบุคคลที่ถูกพิจารณาว่า ตกอยู่ในอันตรายหากต้องเดินทางกลับประเทศบ้านเกิด เนื่องจากสงคราม ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือสถานการณ์พิเศษอื่น
นางคริสตี โนเอม รมว.ความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่าผู้อพยพชาวเมียนมาจำนวนหนึ่งได้รับสถานะทีพีเอส ซึ่งเป็นผลจากการรัฐประหารและสงครามกลางเมืองภายในเมียนมา ซึ่งปะทุเมื่อปี 2564
แม้จนถึงตอนนี้ เมียนมายังคงเผชิญกับ “ความท้าทายด้านมนุษยธรรมเนื่องจากส่วนหนึ่งมาจากการปฏิบัติการทางทหารอย่างต่อเนื่องต่อกองกำลังต่อต้านรัฐบาลทหาร ซึ่งมีการติดอาวุธ”
อย่างไรก็ตาม การสังเกตการณ์และการประเมินโดยรัฐบาลวอชิงตัน พบว่ามีการปรับปรุงในด้าน “ธรรมาภิบาลและเสถียรภาพในระดับชาติและระดับท้องถิ่น” เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเมียนมา ซึ่งรวมถึง การยกเลิกคำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา และการประกาศว่าจะมีการ “เลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม” แบบเป็นระยะ ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. นี้
ทั้งนี้ทั้งนั้น จนถึงปัจจุบัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังคงแนะนำพลเมืองอเมริกัน ไม่ให้เดินทางไปยังเมียนมา เนื่องจาก “ความขัดแย้งทางอาวุธ ศักยภาพของการจลาจลในพลเรือน” และ “การควบคุมตัวอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย”.
เครดิตภาพ : AFP



