สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ว่า กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการยุติการให้สถานะคุ้มครองชั่วคราว (ทีพีเอส) กับผู้อพยพจากเมียนมา


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อชาวเมียนมาประมาณ 4,000 คน ที่อาศัยอยู่ในสหรัฐภายใต้สถานะดังกล่าว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ช่วยให้ผู้ถือสถานะได้รับการคุ้มครองจากการเนรเทศและได้รับอนุญาตให้ทำงานได้


อนึ่ง ทีพีเอส เป็นสถานะทางกฎหมายซึ่งรัฐบาลสหรัฐมอบให้กับบุคคลที่ถูกพิจารณาว่า ตกอยู่ในอันตรายหากต้องเดินทางกลับประเทศบ้านเกิด เนื่องจากสงคราม ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือสถานการณ์พิเศษอื่น


นางคริสตี โนเอม รมว.ความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่าผู้อพยพชาวเมียนมาจำนวนหนึ่งได้รับสถานะทีพีเอส ซึ่งเป็นผลจากการรัฐประหารและสงครามกลางเมืองภายในเมียนมา ซึ่งปะทุเมื่อปี 2564


แม้จนถึงตอนนี้ เมียนมายังคงเผชิญกับ “ความท้าทายด้านมนุษยธรรมเนื่องจากส่วนหนึ่งมาจากการปฏิบัติการทางทหารอย่างต่อเนื่องต่อกองกำลังต่อต้านรัฐบาลทหาร ซึ่งมีการติดอาวุธ”

อย่างไรก็ตาม การสังเกตการณ์และการประเมินโดยรัฐบาลวอชิงตัน พบว่ามีการปรับปรุงในด้าน “ธรรมาภิบาลและเสถียรภาพในระดับชาติและระดับท้องถิ่น” เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเมียนมา ซึ่งรวมถึง การยกเลิกคำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา และการประกาศว่าจะมีการ “เลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม” แบบเป็นระยะ ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. นี้


ทั้งนี้ทั้งนั้น จนถึงปัจจุบัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังคงแนะนำพลเมืองอเมริกัน ไม่ให้เดินทางไปยังเมียนมา เนื่องจาก “ความขัดแย้งทางอาวุธ ศักยภาพของการจลาจลในพลเรือน” และ “การควบคุมตัวอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย”.

เครดิตภาพ : AFP