“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานจากกระทรวงคมนาคม ว่า สำนักพระราชวัง แจ้งหมายกำหนดการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) วันที่ 25 ธ.ค. 2568 โดยในวันที่ 26-27 พ.ย. 2568 ผู้เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่ และประชุมติดตามความพร้อมในพิธีเปิดโครงการฯ


ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2568 นายพงษ์พันธ์ จั่นเงิน รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมทางหลวง (ทล.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานจัดเตรียมพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) พร้อมเปิดด่านพรมแดน ฝั่งไทย (ร่วมไทย-ลาว) ครั้งที่ 1
มีนายวันทอง บุดตะนะวง อธิบดีกรมขัวทาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) พร้อมคณะกรรมการฯ ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายลาว เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Cloud Meeting) โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมการจัดพิธีเปิดฯ เพื่อให้การจัดพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 เป็นไปอย่างสมบูรณ์ เรียบร้อย และมีประสิทธิภาพสูงสุด

“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานด้วยว่า โครงการฯ ก่อสร้างเสร็จแล้ว 100% วงเงินก่อสร้าง 3,787 ล้านบาท ร่วมลงทุนโดยรัฐบาลไทย-ลาว ฝ่ายไทยโดยกรมทางหลวง 2,500 ล้าน ฝ่าย สปป.ลาว 1,287 ล้าน แบ่งก่อสร้าง 5 สัญญา ฝ่ายไทย 3 สัญญาและฝ่ายลาว 2 สัญญา สะพานข้ามแม่น้ำโขงมีขนาด 2 ช่องจราจร ความยาว 1,350 เมตร เชื่อมต่อถนน 4 ช่องจราจร ความยาวรวมถนน 16.340 กม. ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.บึงกาฬ เชื่อมเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว

มีจุดเริ่มต้นโครงการแยกจาก ทล.222 ถนนเชื่อมต่อสายสำคัญ ระหว่าง จ.สกลนคร และบึงกาฬ เชื่อมต่อเส้นทางตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor – EWEC) ไปยังท่าเรือน้ำลึก ที่เมืองวุงอ่าง และเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม
ส่วนแนวเส้นทางฝั่ง สปป.ลาว เชื่อมต่อถนนหมายเลข 13 ต่อไปยังถนนหมายเลข 8 เส้นทางจาก สปป.ลาว ไป เมืองวินห์ เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม และเชื่อมต่อประเทศจีนตอนใต้ ผ่านทางหลวงอาเซียนหมายเลข 1 (AH1) ประเทศเวียดนาม จะช่วยอำนวยความสะดวกการเดินทาง การท่องเที่ยว และสนับสนุนให้มูลค่าการค้าชายแดน ไทย-สปป.ลาว เพิ่มขึ้นมากกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท/ปี

เบื้องต้น เมื่อเปิดใช้สะพานจะเก็บค่าธรรมเนียมยานพาหนะ ดังนี้ รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง 50 บาท/รถโดยสารขนาดเล็ก (8-12 ที่นั่ง) 100 บาท/รถโดยสารขนาดกลาง (13-24 ที่นั่ง) 150 บาท/รถโดยสารขนาดใหญ่ (มากกว่า 24 ที่นั่ง) 200 บาท /รถบรรทุก 4 ล้อ 50 บาท/รถบรรทุก 6 ล้อ 250 บาท /รถบรรทุก 10 ล้อ 350 บาท /รถบรรทุกเกิน 10 ล้อ 500 บาท ***อัตราค่าธรรมเนียมรอประกาศเป็นทางการ



