เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างว่า ขณะนี้รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่เสี่ยง หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉิน ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัว บูรณาการกำลัง และเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันเวลา ทั้งการอพยพ การลำเลียงผู้ประสบภัย การจัดหาอาหาร น้ำดื่ม และที่พักพิง รวมถึงอุปกรณ์ยังชีพเร่งด่วน
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า รัฐบาลขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการช่วยเหลือทุกด้านกำลังดำเนินไปเต็มกำลัง โดยเฉพาะด้วย พระมหากรุณาธิคุณของในหลวง พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงห่วงใยประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ได้พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือ รวมถึงถุงยังชีพพระราชทานและโรงครัวพระราชทานลงพื้นที่ทันที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ในส่วนของการสื่อสาร ได้สั่งการให้ เอ็นบีที กรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท ปรับผังรายการและขยายการรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ลดความสับสนในช่วงสถานการณ์วิกฤติ โดย สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ได้ล้มผังรายการปกติและออกอากาศรายการพิเศษ เกาะติดน้ำท่วมใต้ รายงานสถานการณ์จากพื้นที่จริงตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. 2568 พร้อมเชื่อมสัญญาณไปยังสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยทั่วประเทศ รวมทั้งช่องทางออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ ติ๊กต็อก เอ็นบีที คอนเน็ก และเพจประชาสัมพันธ์จังหวัด โดยเฉพาะ สวท. สงขลา FM 90.5 MHz ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลหลักของภาคใต้ในแบบเรียลไทม์
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ด้าน อสมท ได้ร่วมเชื่อมสัญญาณรายการพิเศษจากเอ็นบีที เพิ่มการรายงานในข่าวทุกช่วงเวลา พร้อมระดมสถานีวิทยุเครือข่ายภาคใต้ทั้ง 10 สถานี เพื่อสะท้อนสถานการณ์ภาคสนามและความต้องการเร่งด่วนของประชาชน นอกจากนี้ รัฐบาลยังจัดทำระบบข้อมูลกลางแบบเรียลไทม์สำหรับประชาชน ซึ่งรวมข้อมูลระดับน้ำ จุดถนนขาด สถานะไฟฟ้า น้ำประปา เส้นทางอพยพ และจุดรับส่งผู้ประสบภัย โดยเผยแพร่ผ่านทุกช่องทางสื่อ ได้แก่ ช่อง 9 ช่อง 11 เพจกรมประชาสัมพันธ์ เพจ สวท.สงขลา และ FM 90.5 MHz เพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินสถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที
น.ส.ศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเป็นรูปธรรม ดิฉันได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับอสมท เปิดศูนย์รับบริจาคสิ่งของช่วยผู้ประสบภัยภาคใต้ ณ สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. 2568 เป็นต้นไป เปิดรับบริจาคทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. ประชาชนสามารถนำ เครื่องอุปโภคบริโภค เสื้อผ้า ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ มาบริจาคได้ที่ศูนย์ดังกล่าว โดยสิ่งของทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังพื้นที่ประสบภัยทันที พร้อมการสนับสนุนการขนส่งจากสายการบินนกแอร์ สำหรับผู้ที่ต้องการบริจาคเป็นเงิน สามารถบริจาคโดยตรงผ่านบัญชี สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย เลขบัญชี 045-3-04637-0 ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้จากช่อง เอ็นบีที
น.ส.ศุภมาส กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะใช้ศักยภาพของสื่อรัฐ ทั้งกรมประชาสัมพันธ์และ อสมท อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และทันต่อสถานการณ์ ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลจากสื่อภาครัฐเพื่อความปลอดภัย รัฐบาลจะเร่งดำเนินมาตรการทุกด้านเพื่อลดผลกระทบและความสูญเสียให้ได้มากที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีมีการทำภาพเอไอ เพื่อการปลุกปั่นในสถานการณ์น้ำท่วม น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในช่วงสถานการณ์ภัยพิบัติครั้งใหญ่ ซึ่งเรื่องที่น่าเป็นห่วงคือการนำภาพเอไอ มาทำให้เกิดภาพที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง และทำให้เกิดการตื่นตระหนกนั้น ขอฝากถึงบุคคลที่มองสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้เป็นเรื่องที่เล่นได้ ขอเรียนให้ทราบว่าสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ถึงแก่ชีวิตได้ ประชาชนคนไทยต้องร่วมมือร่วมใจเพราะเป็นสถานการณ์ที่หนักมาก และสามารถส่งกำลังใจให้การสนับสนุนคนที่กำลังทำงานหนักอยู่ในพื้นที่ อย่าทำอะไรที่ทำให้เกิดการบั่นทอนกำลังใจ
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ยกตัวอย่างกรณีมีการทำภาพเอไองูยักษ์ และโพสต์ในโซเชียลต่าง ๆ จึงทำให้เวลาเกิดสถานการณ์จริงจะกลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะ อาจทำให้ประชาชนสงสัยว่าเป็นภาพจริงหรือเอไอ และอาจจะทำให้เข้าไปช่วยเหลือช้าและเกิดความเสียหายได้ อย่างไรก็ตามไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก เพราะรัฐบาลเองก็เร่งบูรณาการทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ โดยมีผู้บัญชาการที่อยู่ในพื้นที่ตลอด หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงได้เร็วที่สุด และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ยังคงเดินทางไปตรวจเยี่ยมประชาชนในพื้น
น.ส.ศุภมาส กล่าวอีกว่า ในปัจจุบันโลกเปลี่ยนไป มีโซเชียลมีเดียมากมาย ประชาชนส่วนใหญ่จะเลือกเสพสื่อในโซเชียลมีเดีย โดยจะมีทั้งข่าวจริงบ้างเท็จบ้าง ว่าหากอยากได้ข้อมูลที่แท้จริง อยากจะให้ดูจากสื่อของรัฐ ซึ่งสื่อของรัฐได้กลั่นกรองข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว โดยเป็นศูนย์กลางที่รวบรวมข้อมูลจากส่วนราชการทุกส่วนในจังหวัดสงขลา โดยหากประชาชนอยากจะรู้อะไรก็จะส่งข้อมูลมาที่สื่อของรัฐ เพื่อที่จะเป็นกระบอกเสียงให้มีการขยายต่อได้ ว่าประชาชนสามารถฟังสื่อของรัฐและหอกระจายข่าวภายในพื้นที่ จ.สงขลา ได้
เมื่อถามว่ามีข้อกังวลในเรื่องของการช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่อุทกภัยเป็นจำนวนมาก โดย ครม. มีข้อห่วงใยหรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า นายกฯ มีข้อห่วงใย โดยไล่รายละเอียดตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล และโรงพยาบาล และที่สำคัญคือให้ความสำคัญเน้นของการลำเลียงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนตามลำดับความสำคัญ และ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ได้รายงานว่าคนป่วยไอซียู ลำเลียงไปยังสถานพยาบาลที่ปลอดภัยแล้ว ในปัจจุบันก็มีเฮลิคอปเตอร์ที่ลงไปช่วยเหลือในเรื่องรับคนไข้วิกฤติออกจากโรงพยาบาลที่โดนภัยพิบัติ ไปยังสถานพยาบาลที่ปลอดภัยแล้วเช่นกัน รวมถึงมีการระดมเรือ เจ็ตสกี หน่วยตำรวจทหารในพื้นที่ และหน่วยอาสาต่าง ๆ ได้เริ่มมีอุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อถามอีกว่ายืนยันได้หรือไม่ว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและไม่ได้ล่าช้าในการดำเนินการ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะนายกฯ ก็ประชุมทุกวัน และพยายามที่จะทำให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุด ในขณะเดียวกันหลายกระทรวงก็มีศูนย์พักพิง เช่น กระทรวงวัฒนธรรม ก็มีพื้นที่วัด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ก็มีพื้นที่มหาวิทยาลัย ยืนยันว่าศูนย์พักพิงมีความพร้อมทั้งอาหารและที่พัก ประชาชนที่อยู่ศูนย์พักพิงก็จะได้รับการดูแล ไม่ว่าจะเจ็บหรือป่วย หรือเด็กเยาวชนก็ได้รับการดูแลอย่างดี



