เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงคืนที่ผ่านมา เพจ Drama-addict ยังคงโพสต์พิกัดสถานที่ของผู้ประสบภัย เพื่อให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือหลังจากติดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมสูง โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อย่างไรก็ตามทางเพจยังได้แชร์ข้อมูลที่น่าสนใจจากเฟซบุ๊ก “Khanin Khanungwanitkul” หรือ ผศ.นพ.คณิน คะนึงวนิชกุล รพ.สงขลานครินทร์ ที่บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า

“….ขอบคุณทุกความห่วงใยที่ถามกันเข้ามาครับ ผมปลอดภัยดี แต่ถามว่าหนักแค่ไหน บางคนบอกดูจากข่าวดูน่ากลัวมาก ตอบได้เลยว่าในพื้นที่มันน่ากลัวและหนักหนากว่าที่เห็นในข่าวอีกครับ ราบพณาสูร น่าจะเป็นคำที่แสดงนิยามของน้ำท่วมครั้งนี้ได้ดีที่สุด บางคนสูญเสียแทบทุกสิ่งที่สร้างมาทั้งชีวิต

ทุกฤดูฝน ชาวหาดใหญ่จะฟังเทศบาลเป็นหลัก เพราะส่วนกลาง เช่น กรมอุตุฯ จะใช้คำซ้ำๆ ที่พิมพ์ในประกาศเช่น ระวังน้ำท่วมเฉียบพลัน ดินถล่ม ซึ่งบางครั้ง ตกแค่เล็กน้อย กรมอุตุฯ ก็ใช้คำพูดที่ไม่ต่างกัน ไม่ได้สื่อถึงความรุนแรง แต่เทศบาลจะสื่อสารโดยใช้ระบบ สีธง ซึ่งชาวหาดใหญ่จะเข้าใจว่าคืออะไร ในรอบนี้ มีระบบแจ้งเตือนจากส่วนกลางก่อน แต่.. เทศบาลกลับสื่อสารไปคนละทาง แม้ทุกคนได้รับสัญญาณเตือน แต่เทศบาลกลับยังบอกประชาชนว่า “ธงเขียว” สิ่งที่ตามมาคือ คนหาดใหญ่ก็ต้องเชื่อสิ่งที่เทศบาลสื่อสารมาโดยตลอดทั้งชีวิต และมองคำเตือนที่ดังจากในระบบเป็นแค่ข้อความที่เหมือนคำเตือนทุกๆ ครั้ง ของกรมอุตุฯ

วันศุกร์ 21.00 น. ผมได้รับข่าวว่าคอหงส์ยก “ธงแดง” สิ่งที่ทำคือ รีบบอกพ่อว่า คอหงส์ “ธงแดง” ป๊าเอารถเก็บที่สูงก็ดี แต่หาดใหญ่ยังโอเค นายกเทศบาลบอกเอาอยู่ 5 นาทีหลังวางสาย พ่อโทรฯ มาบอกน้ำเต็มถนนในเมืองแล้ว แต่อาจจะเป็นแค่น้ำระบายไม่ทันเพราะฝนหนักมาก หลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมงทราบว่าหาดใหญ่ขึ้น “ธงเหลือง” ผมรีบขับเพื่อจะเข้าบ้าน แต่ทางถูกตัดขาดเรียบร้อยระหว่าง จาก ม.สงขลานครินทร์ เข้าเมือง ไม่เกินชั่วโมง ทั้งเมืองเริ่มโกลาหล และข่าวก็ประกาศ “ธงแดง” แทบในทุกพื้นที่ของหาดใหญ่ และผมคลาดกับพ่อแม่โดยสมบูรณ์ จากธง เขียว -> แดง เวลาน้อยมาก แทบไม่มีใครเตรียมอะไรทันแน่นอน

วันอาทิตย์ น้ำเริ่มลด ผมรีบกลับบ้านเพื่อจะพาพ่อเข้ามาใน มหาวิทยาลัย แต่สิ่งที่ได้คำตอบคือ ในวิทยุบอกน้ำเริ่มลดแล้ว ทางเทศบาล กับ นายกเทศมนตรีบอก เป็นแค่น้ำหลากรอระบายมันลงเร็ว พรุ่งนี้ทุกอย่างก็เป็นปกติ (แต่ขณะนั้นทุก model forecast ว่าฝนชุดใหญ่กำลังจะมาอีก) แทนที่จะเตือนประชาชนให้เตรียมรับน้ำมหาศาลอีกระลอก กลับบอกในแง่ดีว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย เย็นวันนั้นฝนเริ่มกระหน่ำอีก ผู้คนที่เริ่มทำความสะอาดบ้าน และพร้อมตื่นมาทำงานกลับพบว่าน้ำเริ่มทะลักเข้าบ้านอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว น้ำมาเร็วมาก หลายคนเข้าบ้านไปช่วยครอบครัวขนของขึ้นชั้น 2 แล้วออกมาไม่ได้ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็ว และระบบไฟ ระบบสื่อสารก็ถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง

น้ำท่วมขึ้นสูงจนมิดชั้น 2 หลายคนที่ติดอยู่ออกมาไม่ได้ รวมถึง หมอ อาจารย์แพทย์ ที่รู้จัก ขณะนี้ก็ไม่ทราบชะตากรรม ได้เห็นโพสต์ขอความช่วยเหลือ ว่าน้ำกำลังท่วมคนในบ้านออกมาไม่ได้เพราะหน้าต่างเป็นลูกกรง เสียงขอความช่วยเหลือถูกตะโกน ออกทางหน้าต่างไปทั้งเมือง แต่เรือที่จะช่วยเหลือกลับแทบไม่มี คนส่วนใหญ่ไม่ได้ตุนเสบียงแม้แต่น้อย รวมถึงพ่อ แม่ที่บ้าน ก็แทบติดต่อไม่ได้ ไม่รู้ชะตากรรม

คำถาม “…ทำไมระบบแจ้งเตือนเทศบาลรอบนี้มันถึงแย่ได้ขนาดนี้ ทำไมกล้าพูดว่าเอาอยู่ มันคือชีวิตคนทั้งเมือง เอามาทำเป็นเล่น งูๆ ปลาๆ แบบนี้ได้เหรอ น้ำท่วมมันเป็นภัยธรรมชาติไม่มีใครโทษใครได้ เพราะครั้งนี้มันหนักจริง แต่สิ่งนึงที่ความเสียหายมากขนาดนี้ คือ ข่าวที่ออกมาจากเทศบาลเพื่อหน้าตาหรืออะไรก็ตาม คณะทำงานหาดใหญ่ที่ดูพยากรณ์ปริมานฝนไม่เป็น มันจะควรมาทำงานเพื่อหาดใหญ่เหรอ ส่วนกลางก็แย่ไม่ต่างกัน ทุกคนยืนดู “การผัดข้าว” แทนที่จะมารีบช่วยชีวิตคน การถ่ายภาพมันสำคัญกว่าชีวิตคนสินะ เข้าวันที่ 2-3 ยังแทบไม่มี response จากหน่วยงาน ร่วมกันช่วยหาดใหญ่เถอะครับ ไม่รู้ว่าเมืองนี้จะยังกลับมาได้อีกมั้ย แต่มันหนักหนาจริง ๆ หนักจนบรรยายไม่ได้ มีอะไรช่วยได้อยากให้ร่วมกันครับ เพราะมันไม่เหลืออะไรแล้วจริงๆ…”

ภายหลังจากข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตโพสต์แสดงความเห็นทำนองให้กำลังใจคุณหมอกันอย่างต่อเนื่อง

ขอบคุณ เฟซบุ๊ก “Khanin Khanungwanitkul”