เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดงานวิชาการ “ร่วมคิด ร่วมทำ รวมพลังผู้นำการศึกษาและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน” สังกัดสพฐ. โดยมีศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน
โดยศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้เดินทางไปปฎิบัติภารกิจด้านการศึกษา ที่ สาธรณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสความสัมพันธ์ท่งการฑูตไทย-จีน ซึ่งประเทศจีนได้ประกาศที่จะใช้ภาษาจีนขยายความสัมพันธ์กับชาติต่างๆ เพราะหากได้เห็นนวัตกรรม วิทยาศาตร์ และเทคโนโลยีของประเทศจีนที่มันสมัยเราจำเป็นจะต้องเรียนรู้ภาษาจีน ดังนั้นหากจะส่งเสริมเด็กไทยด้านนวัตกรรมต่างๆ ก็ต้องฝากคณะกรรมการสถานศึกษาสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาจีนด้วย ขณะเดียวกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านตนก็ได้เดินทางไปประชุมรัฐมนตรีศึกษาในกลุ่มประเทศ สมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development) ซึ่งการประชุมดังกล่าวได้มีการนำเสนอผลวิจัยอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างมากมากที่สุดคืออุตสาหกรรมการศึกษา โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาใช้กับการเรียนการสอน ซึ่งเราต้องหันกลับมามองที่ประเทศไทยว่าได้นำเทคโนโลยี ai มาปรับใช้ในกระบวนการการเรียนการสอนของโรงเรียนไทยบ้างแล้วหรือยัง
เลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ตนเห็นว่าหลายโรงเรียนและนักเรียนส่สนหนึ่งได้นำเทคโนโลยีเอไอมาใช้ในการศึกษาค้นคว้าความรู้ต่างๆ และเมื่อเรานำเทคโนโลยี ai เข้ามาใช้งานมากขึ้นก็ต้องยอมรับว่าเด็กอาจจะไม่มีคำถามกับครูหรือปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน เพราะ เพราะเมื่อเด็กอยาก รู้เรื่องใดก็จะถาม ai มากกว่า ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจะต้องกำหนดนโยบายหากโรงเรียนนำนวัตกรรมเทคโนโลยี ai มาใช้ในการเรียนการสอน โดยการสร้างกฎระเบียบและจริยธรรมในการใช้ ai มากขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งาน ai มีความปลอดภัยมากขึ้น ดังนั้นตนจึงขอฝากคณะกรรมการสถานศึกษาไว้ด้วยและต้องทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพราะไม่เช่นนั้นเด็กและครูจะรู้เท่าทันของการใช้งาน ai
‘ในเวทีโออีซีดีก็มีคำถามมาถึงประเทศไทยว่า เราให้ความสำคัญอย่างไรกับเรื่องการเรียนการสอนเทคโนโลยี และวิชาความเป็นมนุษย์ประเทศไทยยังมีการสอนอยู่ด้วยหรือไหม ซึ่งในเวทีดังกล่าวมีการนำผลวิจัยของประเทศสิงคโปร์มานำเสนอพบว่าแม้ประเทศสิงคโปร์จะมีคะแนนประเมินสมรรถนะผู้เรียนระดับนานาชาติ หรือ พิซซ่า สูงขึ้น แต่คะแนนที่สะท้อนความเป็นมนุษย์กลับสวนทางกัน ดังนั้นประเทศไทยน่าจะได้เรียนรู้ว่าเราจะเน้นการเรียนวิชาการด้านคะแนนเพีนงอย่างเดียวก็คงไม่ได้ ซึ่งตนก็ชี้แจงว่าประเทศไทยยังมีวิชาประวัติศาสตร์ที่จะทำให้เด็กได้คิดและวิเคราะห์เป็น เพราะวิชาดังกล่าวจะต้องมีปฎิสัมพันธ์กับครูและเพื่อนในห้องเรียน ตนขอฝากคณะกรรมการสถานศึกษาได้ปรับ การเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ให้มีความสนุกและทันสมัยมากขึ้นด้วย รวมถึงแนวปฏิบัติเรื่องการเรียนการสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองที่สภ. ถอได้มีการประกาศไปก่อนหน้านี้แล้วขอให้สถานศึกษาได้ปฏิบัติตามแนวปฎิบัติดังกล่าวอย่างเคร่งครัดด้วย เราสังคมเข้าใจว่ากระทรวงเลิกสอนวิชานี้ไปแล้วแต่ความจริงวิชาประวัติศาสตร์ยังอยู่แต่ถูกไปรวมกับวิชาอื่น ดังนั้นจึงมีคำสั่งให้สรรพถได้ออกแนวปฏิบัติการเรียนการสอนในวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองออกมาใหม่ ‘ ศ.ดร.นฤมล กล่าว



