เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ห้องประชุม อบต.สะตอ อ.เขาสมิง จ.ตราด นายสาคร นิลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด พร้อม นายพงษ์พัฑฒ์ สินราย นายอำเภอเขาสมิง นายพิชานนท์ อิงประสาร สส.ตราด พรรคภูมิใจไทย นายปราโมทย์ จันทร์กระจ่าง นายก อบต.สะตอ นายสิงหา สูงสกุล นายก อบต.ประณีต นายวิทวัส สุญญาจาร นายก อบต.เทพนิมิต พาณิชย์จังหวัดตราด เกษตรจังหวัดตราด พร้อมด้วยเกษตรกรชาวสวนเงาะ ร่วมประชุมเร่งด่วนแก้ไขปัญหาราคาเงาะตกต่ำ โดยล่าสุดราคาเงาะอยู่ที่กิโลกรัมละ 10-11 บาท ทำให้เกษตรกรไม่พอใจเตรียมเทเงาะประท้วงภาครัฐ หลังมาตรฐานการช่วยเหลือล่าช้า
นางวรัญญา ถนอมพันธ์ พาณิชย์จังหวัดตราด ระบุว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด ดำเนินมาตรการสนับสนุนและช่วยเหลือผลผลิตทางการเกษตร เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด เร่งกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต และบรรเทาปัญหาผลผลิตกระจุกตัวในช่วงฤดูกาลผลไม้ ภายใต้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยดำเนินการกิจกรรมดังนี้ เปิดจุดรับซื้อเงาะสีทองราคานำตลาด เป้าหมายวันละ 30 ตัน จำนวน 2 จุด ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ 30 พ.ค.-8 มิ.ย. 69 จุดที่ 1 สหกรณ์ส่งเสริมธรุกิจภาคเกษตรจังหวัดตราด จำกัด จุดที่ 2 สหกรณ์การเกษตรเขาสมิง จำกัด

นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงห้าง CPAxtra (Makro Lotus) เข้ามารับซื้อเพิ่มเติมจากการค้าปกติ วันละ 5 ตัน เป้าหมายเบื้องต้น 100 ตัน โดยกรมฯ สนับสนุนตะกร้าขนาดบรรจุ 2-2.5 กก. ให้จำนวน 40,000 ใบ พร้อมประสานผู้ประกอบการ บจ.ไทยเบสต์โปรดักส์โฮลดิ้ง รับซื้อส่งเข้า 7-11 ในลักษณะกล่องพลาสติกขนาด 500 กรัม วันละ 2.5 ตัน (อยู่ระหว่าง CPAll audit โรงคัดบรรจุ)
นายสมชาย ไชยแสน กำนันตำบลสะตอ กล่าวว่า วิกฤติครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตำบลสะตอ แต่ส่งผลกระทบครอบคลุมพื้นที่อำเภอเขาสมิงและบ่อไร่ ปัญหาที่รุนแรงคือ ต้นทุนค่าจ้างเก็บเงาะที่สูงถึงกิโลกรัมละ 2-3 บาท ทำให้การขายเงาะในราคาตลาดตกต่ำเพียง 10 บาทต่อกิโลกรัม ไม่เหลือรายได้เพียงพอให้เกษตรกรนำไปหักลบกับต้นทุนค่าปุ๋ยและค่ายาได้ ส่วนมาตรการการซื้อนำตลาดกิโลกรัมละ 2 บาท ไม่สามารถกระตุ้นกลไกราคาของล้งให้สูงขึ้นตามได้เลย อีกทั้งรับซื้อเพียงวันละ 30 ตัน ก็น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับปริมาณผลผลิตจริง เนื่องจากเพียงแค่สวนเดียวก็อาจมีผลผลิตสูงถึงเกือบ 10 ตันต่อวันแล้ว โดยปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ผู้รับเหมาและพ่อค้าคนกลางมีพฤติกรรมใช้ช่องว่างทางสัญญาเพื่อจงใจเอารัดเอาเปรียบและกดราคาชาวสวนมาอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายตรวจ สนเถ็ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ตำบลสะตอ กล่าวถึงปัญหาที่วิกฤติที่สุดในระดับพื้นที่ว่า ผู้รับเหมาที่ตกลงเหมาสวนไปแล้วกลับประวิงเวลาไม่ยอมมาตัดผลผลิตตามกำหนด และยังพยายามขอลดราคาลงจากที่ตกลงกันไว้ สิ่งนี้ส่งผลให้เงาะสุกคาต้นจนมีสีดำ เน่าเสีย และร่วงหล่นเต็มพื้นที่ ซึ่งความต้องการเร่งด่วนของชาวสวนในขณะนี้คือ การเร่งตัดเงาะออกจากต้นเพื่อจะได้ใส่ปุ๋ยและเตรียมต้นสำหรับการผลิตในฤดูกาลหน้า นอกจากนี้ ทางโรงงานรับซื้อจากนครปฐมได้เริ่มปฏิเสธเงาะจากจังหวัดตราด โดยหันไปรับซื้อเงาะจากเชียงใหม่และจันทบุรีแทน เนื่องจากเงาะตราดมีปัญหาลูกใหญ่ เม็ดใหญ่ และเน่าเสียจากการที่ผู้รับเหมาปล่อยทิ้งไว้คาต้นนานเกินไป ประกอบกับมีผู้ค้าบางรายในพื้นที่นำเงาะตกเกรดไปยัดไส้ส่งโรงงานจนทำลายความน่าเชื่อถือของจังหวัด ปัญหาเหล่านี้ยังถูกซ้ำเติมด้วยต้นทุนค่าน้ำมันที่แพงขึ้นและการปิดชายแดน

นายวิทวัส สุญญาจาร นายก อบต.เทพนิมิต ให้ข้อมูลว่า เฉพาะในเขตพื้นที่ตำบลเทพนิมิตเพียงแห่งเดียว มีปริมาณผลผลิตเงาะสีทองออกสู่ตลาดสูงถึงวันละ 50-60 ตัน มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐที่มีจุดรับซื้อเพียง 2 แห่งนั้น อาจเป็นวิธีที่ทำให้หน่วยงานรัฐทำงานได้ง่าย แต่กลับสร้างความลำบากให้แก่ชาวบ้านในการเข้าถึงอย่างมาก ปัญหาหลักที่พบคือ ล้งรับซื้อที่เข้าร่วมโครงการมักจะสงวนสิทธิพิเศษหรือแจกตะกร้าให้กับสวนที่เป็นคู่ค้าประจำของตนเองก่อน ทำให้ชาวสวนรายย่อยทั่วไปไม่สามารถนำผลผลิตไปขายเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากมาตรการนำตลาดได้ จึงขอเสนอให้หน่วยงานภาครัฐปรับปรุงรูปแบบการดำเนินโครงการ เพื่อให้การกระจายความช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึงและทำให้ชาวบ้านเข้าถึงประโยชน์ได้อย่างแท้จริง
ขณะที่นายสิงหา สูงสกุล นายก อบต.ประณีต กล่าวว่า ปัญหาความเดือดร้อนของชาวสวนเงาะและมังคุดที่เกิดขึ้นซ้ำซากจนนำไปสู่การประท้วงหลายครั้งในจังหวัดตราด โดยได้เสนอแนะแนวทางแก้ไขในระยะยาวให้หน่วยงานภาครัฐ เช่น พาณิชย์และหน่วยงานด้านการเกษตร บูรณาการข้อมูลและลงทะเบียนพื้นที่เพาะปลูกร่วมกันตั้งแต่ช่วงต้นปี เพื่อให้ทราบข้อมูลเชิงลึกว่าในแต่ละตำบลมีพื้นที่ปลูกผลไม้กี่ร้อยไร่ นอกจากนี้ยังได้เสนอให้ภาครัฐพิจารณากำหนดมาตรการประกันราคาขั้นต่ำที่ 15 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้เกษตรกรสามารถอยู่รอดได้และเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เนื่องจากการรักษาเสถียรภาพทางการเกษตรถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง
ส่วนทางด้าน นายพิชานนท์ อิงประสาร สส.ตราด พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอให้แบ่งการแก้ไขปัญหาออกเป็นสองส่วนหลักอย่างชัดเจน ในส่วนของระยะเร่งด่วนสำหรับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น ต้องยอมรับว่า มาตรการรับซื้อนำตลาดของรัฐยังไม่สามารถลงลึกถึงเกษตรกรทุกคนได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากจุดรับซื้อมีเพียง 2 แห่ง และโควตารับซื้อต่อวันอยู่ที่ 30 ตัน จึงฝากให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาเพิ่มโควตาและกระจายจุดรับซื้อไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เช่น ตำบลสะตอ เทพนิมิต และประณีต ส่วนในระยะยาว ฝากให้พาณิชย์จังหวัดและเกษตรจังหวัดจัดทำตัวเลขประเมินล่วงหน้าเพื่อเตรียมแผนกระจายสินค้าในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก

การทำงานว่าต้องแบ่งเป็น 2 ระยะ คือการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วนเพื่อทำให้ราคาเงาะสูงขึ้น และการรวบรวมปัญหาไปใช้เป็นโจทย์แก้ไขเรื่องการกระจายผลผลิตทั้งในและต่างประเทศสำหรับปีถัดไป โดยในปีนี้พบว่าประเทศเวียดนามมีการชะลอการรับซื้อผลผลิต รวมทั้งยังมีปัญหาความย้อนแย้งของกลไกราคา เนื่องจากราคาขายปลีกปลายทางในประเทศยังสูงถึง 35 บาทต่อกิโลกรัม หรือ 3 กิโลกรัม 100 บาท แต่เกษตรกรผู้ปลูกกลับขายได้ในราคาเพียง 10 กว่าบาทเท่านั้น
เบื้องต้นการแก้ไขปัญหาได้รับความร่วมมือจากสหกรณ์การเกษตรอำเภอเขาสมิงที่พร้อมเป็นแกนนำในการขับเคลื่อนช่วยเหลือเกษตรกร ร่วมกับพาณิชย์จังหวัดที่มีแนวทางการซื้อนำตลาด แม้ในปีนี้จะต้องยอมรับมาตรการการซื้อนำตลาดที่ทำได้เท่าที่เห็น แต่ในปีถัดไปไม่อยากให้ต้องใช้วิธีดังกล่าวอีก หากสามารถบริหารจัดการกลไกให้ราคาดีได้ตามปกติ โดยตนในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติพร้อมทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและเสนอแนวคิดต่างๆ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดตราดอย่างเต็มที่ต่อไป
หลังจากประชุมนานกว่า 4 ชม. ในที่ประชุมได้ข้อยุติว่า จะให้พาณิชย์จังหวัดตราด ซื้อเงาะในราคานำตลาดกิโลกรัมละ 2 บาท โดยผ่านวิสาหกิจชุมชนบ้านเงาะ ต.วังตะเคียน วันละ 40 ตัน ในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลสะตอ ตำบลเทพนิมิต และตำบลประณีต โดยแบ่งโควตาให้แต่ละตำบลไปบริหารจัดการเอง โดยจะมีระยะ 7 วัน เพื่อให้ราคาเงาะมีราคาถึง 15 บาทต่อกิโลกรัม ตามที่เกษตรกรสามารถรับได้
หลังจากจบการประชุมแล้ว นายสมชาย ไชยแสน ระบุว่า ชาวสวนยังไม่ค่อยพอใจกับมาตรการช่วยเหลือมากนัก เนื่องจากทางพาณิชย์จังหวัดใช้เงินทำราคานำตลาด มาเพียง 2 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ชาวสวนต้องการความช่วยเหลือที่ 5 บาท เพื่อดึงราคาผลผลิตให้อยู่ที่ประมาณ 15 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับตำบลสะตอนั้นได้รับโควตาการช่วยเหลือจากพาณิชย์จังหวัดรวม 20 ตัน ซึ่งเมื่อเฉลี่ยให้กับทั้ง 9 หมู่บ้าน จะตกอยู่ที่หมู่บ้านละไม่เกิน 3 ตันเท่านั้น โดยหลังจากนี้ผู้นำชุมชนจะต้องนำข้อเสนอและผลสรุปไปหารือกับชาวบ้านเพื่อประเมินท่าทีต่อไป
ในส่วนของสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำนั้น ตัวแทนเกษตรกรระบุว่าเกิดจากการนำ เงาะคัด หรือเงาะตกเกรด ไปปะปนกับเงาะคุณภาพดีแล้วนำมาตัดราคาขายกันเองภายในตลาด ส่งผลให้เงาะคุณภาพดีไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ ทางตัวแทนเกษตรกรจึงได้เสนอให้หน่วยงานภาครัฐ ทั้งเกษตรจังหวัด พาณิชย์จังหวัด และเกษตรอำเภอ เข้ามาช่วยรับซื้อเงาะที่คัดทิ้งเพื่อนำไปทำปุ๋ยแทน ซึ่งจะเป็นการตัดวงจรไม่ให้มีเงาะตกเกรดหมุนเวียนอยู่ในระบบการขาย และช่วยพยุงราคาเงาะคุณภาพไม่ให้ตกต่ำลง.



