น.ส.ณัฐวีณ์ วชิรทวีพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มตลาดเกิดใหม่ บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป เปิดเผยว่า ในปี 69 บริษัทได้ตั้งเป้าหมายยอดขายทูน่ากระป๋องแบรนด์ซีเล็ค ที่ 830 ล้านบาท เติบโต 10% จากที่ปี 68 นี้จะมียอดขายที่ 760 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 10% ซึ่งสูงกว่าอุตสาหกรรมอาหารเท่าตัว โดยมีส่วนแบ่งการตลาดที่ 57.5% หลังจากที่บริษัทได้ปรับวิธีการสื่อสารในทุกรูปแบบเพื่อให้ผู้บริโภคหันมาสนใจรับประทานทูน่าที่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง เพียงแค่สัปดาห์ละ 1 ครั้งก็เป็นประโยชน์กับสุขภาพแล้ว โดยเชื่อว่ายังมีช่องทางอีกมากที่ทำให้เป้าหมายที่ท้าทายไปสู่ความสำเร็จได้ ซึ่งเตรียมใช้งบการตลาดประมาณ 4-5% ของยอดขาย เพื่อเดินหน้าสื่อสารและขยายฐานผู้บริโภคใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเพิ่มความถี่การบริโภคในกลุ่มลูกค้าเดิมที่จะทำให้เป็นไปตามเป้าหมาย
ทั้งนี้บริษัทได้ใช้ 5 กลยุทธ์หลัก ทั้งการเตรียมใช้คาแรกเตอร์ ตัวใหม่ในปี 69 เข้ามาเพิ่มความโดดเด่นและเจาะกลุ่มลูกค้าประเภทครอบครัว เพิ่มขึ้นอีก หลังจากล่าสุดได้เปิดตัวพาวเวอร์พัฟเกิร์ล ไปแล้ว เช่นเดียวกับเรื่องของการใช้นวตกรรมและคอลแลบรสชาติใหม่ เพราะขยายพอร์ตอาหารพร้อมทาน โดยในไตรมาส 2 ปี หน้าเตรียมคอลแลบกับฉั่วฮะเส็ง เพื่อออกนำ้พริกเผาทูน่า หลังจากที่เพิ่งคอลแลปกับซีอิ๊วตราเด็กสมบูรณ์ ออกผลิตภัณฑ์ทูน่านึ่งซีอิ๊วไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ รวมถึงการยกระดับทูน่าให้เป็นสมาร์ทโปรตีน เพื่อสื่อสารจุดเด่นโปรตีนคุณภาพสูง รวมทั้งพัฒนาอีโคซิสเต็มทุกช่องทาง เชื่อมประสบการณ์ออฟไลน์–ออนไลน์ โดยปัจจุบันยังเน้นการขายหน้าร้านอยู่ประมาณ 95% และสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกโดยเฉพาะสินค้าไลฟ์สไตล์พรีเมี่ยม สุดท้ายคือการยกระดับโปรแกรมซีอาร์เอ็มส่งเสริมการซื้อซ้ำ ผ่านกิจกรรมลุ้นรางวัล โปรโมชั่น และสิทธิประโยชน์เฉพาะสมาชิก

“ในปีหน้า ความต้องการโปรตีนคุณภาพสูงพร้อมสารอาหารดี ๆ จากท้องทะเล อย่างดีเอชเอ , กรดไขมันโอเมก้า-3 และวิตามิน บี 12 และเทรนด์สุขภาพยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ภายใต้ 5 กลยุทธ์ ซีเล็คจึงมุ่งยกระดับประสบการณ์การรับประทานทูน่า ผ่านการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ และกิจกรรมการตลาดที่น่าตื่นเต้นมากมาย เพื่อส่งมอบโปรตีนจากท้องทะเลที่มีคุณภาพให้ผู้บริโภคสามารถรับประทานได้ในทุกวัน พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับทั้งผู้บริโภคและอุตสาหกรรมในระยะยาว โดยซีเล็คขอเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเติบโตเชิงบวก ทั้งในแง่โภชนาการ และความหลากหลาย พร้อมสร้างความมั่นคงทางอาหารและอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกช่วงเวลาและสถานการณ์” นางสาวณัฐวีณ์ กล่าว
ปัจจุบัน ซีเล็คมีผลิตภัณฑ์ประเภททูน่าพร้อมปรุง ทั้งแบบสเต็กและแบบเซนด์วิช ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ซีฟิตต์ ไขมัน 0% ที่มียอดขายดีอันดับหนึ่ง ผลิตภัณฑ์ซีเล็คคลาสสิก และผลิตภัณฑ์ซีเล็คพรีเมี่ยมเยลโล่ฟิน ทั้งหมด 23 เอสเคยู และผลิตภัณฑ์ทูน่าพร้อมทานประกอบด้วยผลิตภัณฑ์น้ำพริกทูน่า ทูน่าสเปรด ทูน่าท๊อปปิ้ง และ ทูน่าปรุงสำเร็จพร้อมทานสไตล์ไทยและญี่ปุ่น ทั้งหมด 17 เอสเคยู
น.ส.ณัฐวีณ์ กล่าวถึงผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า ไม่ได้ส่งผลกระทบมากมายจนทำให้โรงงานของบริษัทในเครือทียูเอฟ ต้องปิดกิจการใด ๆ มีเพียงแค่พนักงานที่เดินทางมาทำงานไม่ได้เท่านั้น แต่ในสายการผลิตนั้นไม่ได้รับผลกระทบ ทั้งบริษัท ไทยยูเนี่ยน ซีฟู้ด จำกัด (TUS) ซึ่งอยู่ที่ อ.สิงหนคร ทั้งโรงงานที่ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงให้กับบมจ. ที่อยู่อ.เมือง จ.สงขลา รวมถึงโรงงานของบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด หรือทีเอฟเอ็ม ที่อยู่อ.ระโนด จ.สงขลา เช่นเดียวกับการส่งออกไปยังประเทศกัมพูชา แม้มีปัญหาเกิดขึ้น แต่ก็ได้หันไปส่งออกในตลาดอื่นๆแทน โดยรายได้จากการส่งออกมีเพียงแค่ 5% เท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นการจำหน่ายในประเทศมากกว่า ที่มีสัดส่วนถึง 95%



