สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ว่า รายงานของไอเอ็มเอฟอ้างอิงถึงผลกระทบเชิงลบจากหลายปัจจัย ทั้งความตึงเครียดบริเวณชายแดนกับไทย จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง และกิจกรรมในภาคการเงินที่ซบเซา
ทั้งนี้ เศรษฐกิจของกัมพูชามีความเร่งตัวและเติบโตได้ถึง 6% เมื่อปี 2567 โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของการส่งออกภาคสิ่งทอและการเกษตร รวมถึงการท่องเที่ยว ซึ่งแนวโน้มที่ดีนี้ได้สานต่อมาจนถึงช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ทำให้ในช่วงนั้นมีการประมาณการว่า เศรษฐกิจของกัมพูชาอาจขยายตัวถึง 6.2% ในปี 2568
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ทั้งประเด็นพิพาททางการค้า ความตึงเครียดตามแนวชายแดนกับไทย และการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัว เผยให้เห็นถึงความเปราะบางทางเศรษฐกิจ และเป็นสัญญาณของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
The International Monetary Fund (IMF) has downgraded Cambodia’s economic growth forecast for 2025 from its earlier projection of 6.2% to 4.8%, and for 2026 to 4%. The IMF cited negative impacts from border tensions, a decline in tourist arrivals and sluggish activity in the… pic.twitter.com/ulD6UgbJsA
— The Phnom Penh Post (@phnompenhpost) November 27, 2025
รายงานของไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของกัมพูชาจะลดลงเหลือ 4.8% ในปีนี้ และดำดิ่งลงไปอีกเหลือ 4% ในปี 2569 ซึ่งการปรับลดตัวเลขครั้งนี้ เป็นผลมาจากการสูญเสียรายได้จากเงินที่แรงงานส่งกลับประเทศ และภาวะถดถอยด้านการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะฉุดรั้งอุปสงค์ภายในประเทศ ขณะที่มาตรการรีดภาษีของสหรัฐ จะส่งผลให้รายได้จากการส่งออกลดลง
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดตามแนวชายแดนที่ปะทุขึ้นใหม่อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบที่รุนแรงขึ้นต่ออุปสงค์ภายในกัมพูชา รวมถึงเสถียรภาพของภาคการท่องเที่ยวและภาคการเงิน
นอกจากนี้ หนี้ภาคเอกชนที่อยู่ในระดับสูง หนี้เสียที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความอ่อนแอในการกำกับดูแลธรรมาภิบาล อาจซ้ำเติมความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินอีกด้วย.
เครดิตภาพ : AFP



