เมื่อวันที่ 28 พ.ย. พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผบก.นต.รพ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ภายในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากว่า ตอนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการจัดศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ร่วมกับโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ เพื่อใช้ในการตรวจสอบเอกลักษณ์บุคคล เบื้องต้นมีการเก็บร่างผู้เสียชีวิตไว้ในห้องเย็น แต่ถ้าหากมีเพิ่ม ตำรวจภูธรภาค 9 ได้มีการเตรียมตู้คอนเทนเนอร์เพื่อแช่เย็น จัดเก็บรักษาสภาพของร่างผู้เสียชีวิตให้สมบูรณ์ที่สุด
พล.ต.ต.วิรุฬห์ กล่าวต่อว่า ตำรวจและโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ได้วางแผนการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเพื่อหาสาเหตุการตายตามหลักสากล ประกอบด้วยลายนิ้วมือ ข้อมูลทันตกรรม ดีเอ็นเอ บาดแผล ว่ามีอะไรซ้ำซ้อนหรือไม่ พร้อมบอกว่า ถุงซิปที่ใช้ในการเก็บร่างผู้เสียชีวิต รวมถึงเครื่องมือที่ใช้ในการพิสูจน์เอกลักษณ์มีเพียงพอ
เมื่อถามว่าขณะนี้มีร่างของผู้เสียชีวิตจำนวนเท่าไหร่ พล.ต.ต.วิรุฬห์ ระบุว่า เบื้องต้นจำนวนผู้เสียชีวิตมีประมาณ 110 ราย ในจำนวนนี้เกินครึ่งเสียชีวิตในโรงพยาบาล และสามารถพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลได้แล้ว รอเพียงแค่ญาติมารับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนา ส่วนที่ไม่ทราบชื่อ และรับมาจากภายนอก มีการส่งร่างมา 55 ราย ซึ่งบางส่วนทราบชื่อแล้ว และญาติได้ฝากร่างไว้ก่อน ส่วนอีกประมาณ 30 ราย จะต้องพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลต่อไป
พล.ต.ต.วิรุฬห์ บอกว่า ขั้นตอนการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลนั้นใช้เวลาไม่นานวันเดียวก็เสร็จ แต่ถ้าหากเก็บลายพิมพ์นิ้วมือ ดีเอ็นเอ กรณีที่ญาติไม่ทราบชื่ออาจจะต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ และยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด อย่างไรก็ตามได้มีการระดมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาที่บริเวณหน้างานแล้วหลาย 10 นาย ยืนยันว่าในขณะนี้ไม่มีอุปสรรคที่บริเวณหน้างาน และบอกว่าที่โรงพยาบาลมีจุดรับข้อมูล หากต้องการประสานรับร่างหรือติดต่อว่าคนในครอบครัวสูญหาย สามารถมาประสานงานที่ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลได้.



