ณ โรงยิมพลศึกษา โรงเรียนแม่สะเรียงบริพัตรศึกษา ได้เกิดภาพความร่วมแรงร่วมใจที่เติมเต็มความหวังของชุมชนชายแดนลุ่มน้ำสาละวินอีกครั้ง เมื่อกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียง ร่วมกับสำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย จัดการอบรม “หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด” เพื่อยกระดับศักยภาพเยาวชน ให้เป็นกำลังสำคัญในการบำเพ็ญประโยชน์ตามหลักมนุษยธรรมโดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์ชัดเจน ไทยแท้ คณะทำงานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม พร้อมด้วยผู้นำและหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่เข้าร่วม ประกอบด้วย นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง และที่ปรึกษากิ่งกาชาดนางพิทยา พานทอง นายกกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียงรวมถึงคณะกรรมการกิ่งกาชาด ผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์ และสมาชิกชมรมยุวกาชาดจาก 2 โรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีความพร้อม ได้แก่โรงเรียนสังวาลย์วิทยา และ ชมรมยุวกาชาด โรงเรียนแม่สะเรียงบริพัตรศึกษา, ชมรมยุวกาชาด โรงเรียนสังวาลย์วิทยา ซึ่งเป็นกำลังหลักของการขับเคลื่อนจิตอาสาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 

ด้านนางพิทยา กล่าวว่า สภากาชาดไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ การพัฒนาศักยภาพเยาวชน จึงสนับสนุนให้มีการจัดตั้งชมรมยุวกาชาดในสถานศึกษา ซึ่งในอำเภอแม่สะเรียง มีโรงเรียนมัธยมที่มีความพร้อม 2 แห่ง คือ โรงเรียนแม่สะเรียงบริพัตรศึกษาและโรงเรียนสังวาลย์วิทยา เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเองและชุมชนการอบรมครั้งนี้ถูกออกแบบอย่างเข้มข้น ใช้เวลา 2 วันเต็ม (27–28 พฤศจิกายน 2568)

โดยมุ่งเน้นหัวข้อที่จำเป็นต่อการเป็น “อาสายุวกาชาดที่พึ่งพาได้” ได้แก่ความรู้พื้นฐานด้านกาชาดและยุวกาชาดประวัติความเป็นมา เครื่องหมายและสัญลักษณ์ของกาชาดหลักการกาชาด กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศบทบาทและหน้าที่ของจิตอาสาที่พึ่งพาได้ทักษะเพื่อชีวิตและดูแลชุมชนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในภาวะฉุกเฉินการดูแลผู้สูงอายุอย่างถูกหลักความรู้เรื่องการบริจาคโลหิต ดวงตา และอวัยวะปลูกเมล็ดพันธุ์ “การให้” ด้วยจิตสาธารณะเสริมสร้างพลังเยาวชนหัวใจกาชาดและ ทำงานด้วยการไม่หวังผลตอบแทนมีผู้เข้าร่วมการอบรมทั้งสิ้น 218 คน แบ่งเป็นนักเรียนจากโรงเรียนแม่สะเรียงบริพัตรศึกษา จำนวน 155 คนนักเรียนจากโรงเรียนสังวาลย์วิทยา จำนวน 63 คนโดยได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจากผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด นายอภิวัฒน์ พงศ์มาลี วิทยาจารย์ 5 

ทั้งนี้ เยาวชนยุวกาชาดที่ผ่านหลักสูตรพื้นฐาน จะกลายเป็นเครือข่าย “พลังแห่งการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ตาม 7 หลักการกาชาดได้อย่างยั่งยืนในพื้นที่” โดยเฉพาะการนำไปปรับใช้ในครอบครัว ชุมชน กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และในภาวะภัยพิบัติชายแดนลุ่มน้ำสาละวิน