นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)เปิดเผยว่า สดช.ได้เป็นเจ้าภาพ ประชุมเชิงปฏิบัติการ “The 3rd ASEAN Workshop on the Development of ASEAN AI Transition Innovation Framework : AITIF” มีผู้แทนจากประเทศสมาชิกในกลุ่มภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีบทบาทในการกำหนดและมาตรฐานด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพื่อมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศ เอไอ ที่เชื่อถือได้และมีความสร้างสรรค์ โดยมีการคาดการณ์ว่า เอไอ จะสามารถช่วยเพิ่มตัวเลข จีดีพี ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้สูงถึง 18% ภายในปี 73 และอาจจะมีเม็ดเงินจากนักลงทุนด้านเอไอ ในภูมิภาคสูงเกินกว่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.55 ล้านล้านบาท ภายในปี 71
“ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศจะมีการพัฒนาและกำหนดมาตรฐานร่วมกัน ตามแผนแม่บทอาเซียนด้านดิจิทัล ปี 2568 เพื่อให้กรอบแนวทางและเครื่องมือต่าง ๆ มีความครอบคลุม สอดคล้องกับบริบทที่หลากหลายของประเทศสมาชิกอาเซียนและเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดย จะมีการรวบรวมข้อเสนอแนะและความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับปรุง (ร่าง) กรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์อาเซียน หรือ AITIF ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน เหมาะสม และสามารถนำข้อมูลไปใช้ได้จริงในบริบทของอาเซียน ซึ่งจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเอไอได้อย่างยั่งยืน”
นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า ได้มีการวาง 5 กรอบหลัก เพื่อรับมือผลกระทบและส่งเสริมการใช้งานประกอบด้วย 1. การพัฒนากรอบทักษะความเข้าใจและใช้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อรับรองการพัฒนาแห่งอนาคตภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร 2 ทักษะวิชาชีพปัญญาประดิษฐ์ และอนุกรมวิธานทักษะวิชาชีพปัญญาประดิษฐ์ สำหรับบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล 3. เครื่องมือประเมินความพร้อมด้าน เอไอ เพื่อให้องค์กรทราบถึงระดับ ความพร้อมและแนวทางพัฒนา 4. การพัฒนาศูนย์ให้คำปรึกษาการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในรูปแบบออนไลน์ และ 5. หลักสูตรการเรียนรู้ตามกรอบ AI Literacy รวมถึงการผลักดันมาตรฐานทักษะวิชาชีพไอซีทีร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้มีการกำหนดมาตรฐานทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งครอบคลุมทักษะย่อยทั้ง 9 ด้าน อาทิ การเรียนรู้ของเครื่อง วิศวกรรมข้อมูล และธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น



