เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2568 ร.ต.อ.โยธิน เดือนกลาง พนักงานสอบสวน สภ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลจัตุรัสว่า ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) วัยเพียง 5 เดือน เสียชีวิต โดยมีบาดแผลพุพองและรอยช้ำหลายแห่งทั่วร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงเดินทางตรวจสอบ พร้อมเก็บหลักฐานและส่งศพไปผ่าชันสูตรที่โรงพยาบาลชัยภูมิ
หลังจากนั้น พนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่บ้านเลขที่ 81 หมู่ 1 ต.ละหาน ซึ่งเป็นบ้านที่เด็กอาศัยอยู่ พบ นายวุฒิไกร แพงน้อย อายุ 29 ปี และ น.ส.อริสา วงษ์จักษุ อายุ 23 ปี บิดาและมารดาของเด็ก จึงเชิญตัวมาสอบปากคำ และตรวจปัสสาวะ ซึ่งพบผลเป็น “สีม่วง” ทั้งสองคน จึงดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1
ส่วนกรณีการเสียชีวิตของเด็กวัย 5 เดือนนั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ รอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลชัยภูมิ เพื่อยืนยันว่า บาดแผลที่พบเกิดจากสาเหตุใด รวมถึงสาเหตุการตาย เพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีต่อไป
หากชาวบ้านมีข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายของเด็ก สามารถแจ้งตำรวจได้ทันที ขณะนี้ยังไม่มีใครให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เจ้าหน้าที่จึงต้องรอผลนิติวิทยาศาสตร์ คาดว่าจะทราบผลในเร็ว ๆ นี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ พบเพื่อนบ้านกังวล เด็กอีก 2 คน เสี่ยงเกิดเหตุซ้ำ

ต่อมาวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านหลังเกิดเหตุ หลังได้รับข้อมูลจากชาวบ้านว่า ครอบครัวนี้มีพฤติกรรมปิดบ้านเงียบ และสงสัยว่ามีการทำร้ายเด็ก เนื่องจากพบรอยแผลคล้ายรอยบุหรี่จี้บนร่างของเด็กที่เสียชีวิต อีกทั้งยังมีเด็กเล็กอีก 2 คน คือ เด็กชายวัย 5 ขวบ และเด็กหญิงวัย 3 ขวบ อาศัยอยู่ด้วย ทำให้ชาวบ้านกังวลว่าจะเกิดเหตุซ้ำ
ผู้สื่อข่าวพบ นายวุฒิไกร บิดาของเด็ก เปิดเผยว่า เขาและภรรยาเพิ่งถูกดำเนินคดีเสพยาและอยู่ระหว่างคุมประพฤติ ส่วนกรณีลูกเสียชีวิต รู้สึกเสียใจและกังวล เพราะยังต้องดูแลลูกอีกสองคน ยืนยันว่า ไม่ได้ทำร้ายลูกตามที่เป็นข่าวลือ
พ่อเด็กเล่าด้วยว่า ก่อนเกิดเหตุ 2 วัน เห็นลูกมีแผลพุพอง 3 จุดที่ขาซ้าย และลุกลามทั่วตัวในวันเกิดเหตุ แม่เด็กเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน กระทั่งตนกลับจากเก็บผักเหนาะและพบลูกไม่รู้สึกตัว จึงรีบนำส่งสถานีอนามัย และส่งต่อโรงพยาบาลจัตุรัส แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้
ด้าน นายวิโรจน์ วงษ์จักษุ อายุ 90 ปี ปู่ผู้เป็นผู้ป่วยติดเตียง ระบุว่า ไม่เคยเห็นพ่อแม่ทำร้ายเด็กแต่อย่างใด ขณะที่เพื่อนบ้านเผยว่า ก่อนเด็กเสียชีวิต ได้ยินเสียงร้องคล้ายทรมาน แต่ไม่คิดว่าจะเสียชีวิตเร็วเช่นนี้ และมองว่าบาดแผลที่เห็นไม่น่าใช่อาการป่วยทั่วไป อย่างไรก็ตามไม่กล้าเข้าไปยุ่งมากนักเพราะต่างคนต่างอยู่
ขณะนี้ตำรวจรอผลชันสูตรจากแพทย์อย่างเป็นทางการ หากยืนยันสาเหตุการตายได้ชัดเจน จะเรียกพ่อแม่ทั้งสองกลับมารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป



